ยอดนักเตะ ไม่ต้องพัก 22/02/2552

22 02 2009

วันนี้ไปเจอบทความสถิติเกี่ยวกับนักฟุตบอลของแต่ละทีมที่น่าสนใจดีครับ

นอกจากนักฟุตบอลที่เป็นดาวดังประจำทีม หรือเป็นดาวยิงสูงสุดแล้ว ยังมีนักฟุตบอลที่ลงเล่นมากที่สุดในทีม ซึ่งแสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจของกุนซือที่ยอมให้เขาได้ลงเล่นเยอะขนาดนี้และความฟิตเหนือคนที่เค้ามีครับ เราลองมาดูนักเตะที่ลงเล่นเยอะที่สุดของแต่ละทีมในฤดูกาลนี้กันครับ

อาร์เซน่อล: กาเอล กลิชี่ (พลาดการลงสนาม 130 นาที)
ไม่ใช่ว่าเล่นได้ดีโคตรจนไม่มีใครมาแย่งตำแหน่งไปได้ แต่เพราะทีมอาร์เซน่อลมีแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดได้เท่านี้จริงๆในเวลานี้ เพราะกวาดสายตาไปดูตัวสำรองก็จะเจอมิกาเอล ซิลแวสต์ และ คีแรน กิ๊บสัน นั่งทำหน้าแป้นแล้นอยู่ ก็สมควรแล้วล่ะครับที่กลิชี่จะได้ลงไปตะบี้ตะบันเล่นแบบไม่ได้พักได้ผ่อนแบบนี้

แอสตัน วิลล่า: กาเบรียล อั๊กบอนลาฮอร์ (พลาดการลงสนาม 7 นาที)
ด้วยขุมกำลังที่มีน้อยเหลือเกินของวิลล่า ยิ่งเจออาการบาดเจ็บยาวของยอห์น คาริว ยิ่งทำให้มาร์ติน โอนีลล์ ไม่มีทางเลือก นอกจากต้องส่งกองหน้าที่ดีที่สุดที่มีในทีมลงเล่นทุกนัด จนล่าสุดเพิ่งไปคว้าเอมิล เฮสกีย์มายืนค้ำในแดนหน้าอีกคน ก็ยังไม่ยอมให้อั๊กบอนลาฮอร์ได้พักได้ผ่อนบ้าง ก็ทีมกำลังบินสูง ใครจะกล้าปรับทีมมากกันล่ะครับ
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส: ไรอัน เนลเซ่น (พลาดการลงสนาม 91 นาที)
แม้ผู้จัดการทีมจะเปลี่ยนหน้าไป แต่เนลเซ่นยังอยู่ที่นั่นตรงนั้นในแผงหลังแบล็คเบิร์น เกมเดียวที่เขาพลาดการลงสนามนั้นทีมจบลงด้วยความพ่ายแพ้ แต่ก็นะ หลายเกมที่เนลเซ่นลงสนาม ทีมก็แพ้ยับเช่นกัน ตกลงได้ลงเล่นเพราะอะไรวะเนี่ย

โบลตัน: เควิน เดวี่ส์ (พลาดการลงสนาม 45 นาที)
แม้จะมีแฟนโบลตันกลุ่มนึงที่ต้องการให้ทีมดร็อปเดวี่ส์บ้าง เพราะแกไม่ทำอะไรนอกจากลงไปยืนค้ำแดนหน้าและทำฟาวล์ทีมคู่แข่งให้กรรมการเป่านกหวีดปรี๊ดแก้วหูชากันหลายหน แต่ด้วยลูกขยันที่ได้ใจกุนซือแกรี่ เม็กสัน บวกกับตัวเลือกในแดนหน้าที่น้อยเสียยิ่งกว่าน้อย เราเลยได้เห็นเดวี่ส์ลงไปทำฟาวล์ในสนามจนเบื่อ

เชลซี: แฟรงค์ แลมพาร์ด (พลาดการลงสนาม 49 นาที)
ไม่ต้องแปลกใจเลยกับสุดยอดมิดฟิลด์ผู้ไม่เคยเหนื่อยคนนี้ แม้จะโดนเปลี่ยนตัวออกไปพักช่วงท้ายเกมในเกมเจอโบโร่ บวกกับใบแดงมั่วซั่วในเกมเจออดีตจ่าฝูง ลิเวอร์พูล แต่เมื่อเหลือบตาดูจำนวนนัดที่แลมพาร์ดลงเตะแล้วชวนให้ตกตะลึง แลมพ์ลงหวดในซีซั่นนี้ไปแล้วถึง 42 นัดรวมทุกรายการ (รวมทีมชาติด้วย) แม้กุนซือเชลซีจะเปลี่ยนมือแล้ว แต่แลมพาร์ดจะยังปักหลักในแดนกลางทุกเกมแน่นอน ถ้าไม่ตายไปซะก่อน

เอฟเวอร์ตัน: ฟิล ยาเกียลก้า (ลงเล่นทุกนาที!)
เริ่มต้นซีซั่นอย่างลุ่มๆดอนๆในตำแหน่งมิดฟิลด์ ก่อนจะโดนถอยมาปักหลักในแผงหลังและโชว์ฟอร์มได้แข็งแกร่งที่สุดคนนึงในลีก และเดวิด มอยส์ก็ใส่ความมั่นใจลงไปในตัวยาเกียลก้าเต็มเปี่ยมด้วยการส่งลงไปเล่นทุกวินาทีที่ทีมลงเตะในลีก จนตอนนี้ยาเกียลก้าคือมือวางอันดับต้นๆในตำแหน่งกองหลังทีมชาติอังกฤษไปแล้ว

ฟูแล่ม: อาร่อน ฮิวจ์ส (ลงเล่นทุกนาที!)
แม้เบรเด้ ฮังเกลันด์จะได้หน้าได้ตาไปกับฟอร์มการเล่นที่แข็งแกร่งของทีม แต่คนสำคัญไม่แพ้กันในแผงหลังฟูแล่มคืออาร่อน ฮิวจ์สคนนี้ ฮิวจ์สลงโซโล่ให้เจ้าสัวน้อยทุกนาทีในลีกแบบไม่รู้จักเจ็บจักเหนื่อย แม้เกมล่าสุดจะโชว์ฟอร์มไม่ค่อยออก พ่ายแชมป์เก่ายับไปถึง 3-0 ก็ตาม

ฮัลล์ ซิตี้: ไมเคิ่ล เทอร์เนอร์ (ลงเล่นทุกนาที!)
นี่เป็นนักเตะที่ไม่เคยมีคนสนใจเมื่อตอนก่อนเริ่มซีซั่น แต่ทันทีที่ลงเตะไปได้ไม่กี่นัด ชื่อของเทอร์เนอร์ก็หอมหวานไปทั่ว จนมีข่าวว่าลิเวอร์พูลและสเปอร์สสนใจจะคว้าตัวไปร่วมทีม แต่ด้วยฟอร์มปัจจุบัน ดูเหมือนจะหาคนมาสนใจซื้อยากซะแล้ว เอาน่ายังไงก็ยังมีจุดขายที่การลงเล่นต่อเนื่องยาวนานแบบสภาพความฟิตเต็มถังเสมอ

ลิเวอร์พูล: เจมี่ คาราเกอร์ (ลงเล่นทุกนาที!)
ใครก็ตามที่พูดว่าลิเวอร์พูลมีดีก็แค่เจอร์ราร์ดและตอร์เรสนั้น ถือว่าโง่อย่างแรง เพราะจริงๆแล้วต้องพูดว่ามีคาราเกอร์อีกหน่อ นี่คือนักเตะผู้จงรักภักดีและเป็นที่รักของแฟนบอลไม่แพ้นักเตะคนใดของทีม คาราเกอร์ไม่เคยบ่นไม่เคยเจ็บไม่เคยเหนื่อยและพร้อมทุ่มเกินร้อยให้ลิเวอร์พูลเสมอ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้: แวงซอง กอมปะนี (พลาดการลงสนาม 90 นาที)
อาจจะเป็นชื่อที่สร้างความประหลาดใจ เพราะใครๆก็มองไปว่าน่าจะเป็นสตีเฟ่น ไอร์แลนด์ซะมากกว่า แต่กอมปะนีทำได้และทำไปแล้ว ไม่ว่าจะลงเล่นในตำแหน่งกองกลางหรือกองหลังก็ตาม ขอให้บอก พี่พร้อมจัดให้ เกมเดียวที่กอมปะนีไม่ได้ลงเล่นคือเกมที่ทีมเรือใบแพ้คาบ้านให้กับสเปอร์สไป 1-2

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: เนมานย่า วิดิช (พลาดการลงสนาม 91 นาที)
ไม่ต้องอธิบายอะไรอีกกับเซนเตอร์ฮาล์ฟที่เล่นได้โดดเด่นที่สุดในลีกรายนี้ นี่คือตัวเต็งรางวัลนักบอลยอดเยี่ยมประจำซีซั่นนี้อย่างไม่ต้องสงสัย สาวกปิศาจแดงทุกรายจะต้องคิดถึงเขาอย่างแน่นอนในเกมยุโรปที่ทีมจะเจอกับอินเตอร์มิลาน

มิดเดิ้ลสโบรช์: สจ๊วต ดาวนิ่ง (พลาดการลงสนาม 8 นาที)
นี่คือนักเตะผู้สร้างสรรค์เกมรุกให้โบโร่ตลอดทุกเกม เป็นหัวสมองหลักของทีมที่แกเร็ธ เซาธ์เกตหวังพึ่งพาให้ทีมพบชัยชนะ ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ดาวนิ่งจะได้พักผ่อนบ้าง เพราะโบโร่ปีนี้ยิงประตูใครแทบไม่เป็น อย่าแปลกใจว่าทำไมดาวนิ่งมีข่าวบ่นตลอดว่าอยากย้ายทีมเหลือเกิน ก็จับหนูเล่นไม่ให้พักบ้างเลยนี่พี่

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด: ฟาบริซิโอ โกลอสซินี่ (ลงเล่นทุกนาที!)
นักเตะมากหน้าหลายตาสลับหมุนเวียนกันลงเตะให้ทูนอาร์มี่ในซีซั่นนี้ แต่โกลอสซินี่ปักหลักในแผงหลังไม่เคยไปไหน อาจจะพูดได้ไม่เต็มปากว่าเพราะหนุ่มผมยุ่งรายนี้เล่นได้โดดเด่นจนไม่อาจจะโดนดร็อปจากทีมได้ แต่ก็พอจะกล้อมแกล้มได้ว่า พี่แกยังโชว์ฟอร์มได้ดีกว่าอีกหลายหน่อที่นั่งหน้ามู่ทู่ข้างสนาม

ปอร์ทสมัธ: ซิลแว็ง ดิสแต็ง (ลงเล่นทุกนาที!)
อาจจะไม่ใช่กองหลังที่ดีที่สุดในลีก แต่เชื่อได้เลยว่านี่คือกองหลังที่ฟอร์มคงเส้นคงวาที่สุดคนนึง และที่สำคัญแกถึกยังกับควายไม่เคยเจ็บไข้ได้ป่วยอะไรกับเขาเลยให้ตาย

สโต๊ค ซิตี้: อับดุลลาย ฟาย (พลาดการลงสนาม 135 นาที)
นี่คือนักเตะที่ทีมช่างปั้นหม้อไม่อาจขาดได้ แม้จะไม่ได้แข็งแกร่งประดุจเนมานย่า วิดิช แต่นี่คือกองหลังที่สำคัญที่สุดของทีมเล็กๆลุ้นหนีตกชั้นอย่างสโต๊ค

ซันเดอร์แลนด์: แดนนี่ คอลลินส์ (พลาดการลงสนาม 299 นาที)
สมัยรอย คีนคุมทีมแมวดำนั้น แกไม่มีนักเตะที่ตายตัว ปรับไปตามฟอร์มและแท็คติคเรื่อยๆ แต่แดนนี่ คอลลินส์เป็นหนึ่งในไม่กี่รายที่แทบไม่เคยโดนดร็อปออกจาก 11 ตัวจริง และฟอร์มการเล่นล่าสุดก็น่าประทับใจจนสโมสรยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้เจ้าตัวพิจารณาแล้ว

สเปอร์ส: โจนาธาน วู้ดเกต (พลาดการลงสนาม 351 นาที)
ถ้าทีมของคุณได้ผู้เล่นที่เจ็บเป็นอาชีพเล่นบอลเป็นงานอดิเรกลงเล่นให้ทีมคุณได้มากมายขนาดนี้ ก็ควรคาดหวังได้เลยว่าปีนี้ทีมคุณสะแด่วแห้วแน่นอน และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ สเปอร์สมีฟอร์มสามวันดีสี่วันไข้จนแฟนบอลปวดกบาลไปทั้งเมือง

เวสต์บรอม: พอล โรบินสัน (พลาดการลงสนาม 141 นาที)
นอกจากโดนลงแบน 1 นัดเรื่องวินัย และโดนไล่ออกแบบงงๆในเกมเจอแมนฯยูไนเต็ด โรบินสันก็ได้ลงไปวิ่งโทงๆในตำแหน่งแบ็คซ้ายทุกเกมแบบไม่มีอิดออด จนเบ็คซ้ายตัวสำรองอย่างมาเร็ค เช็คออกมาบ่นเสียงดังว่าหนูอยากย้าย

เวสต์แฮม: แมทธิว อัพสัน (พลาดการลงสนาม 73 นาที)
อัพสันคือกองหลังที่ทีมจะขาดเสียไม่ได้ไปซะแล้ว แม้เอาเข้าจริงๆจะมีหลายเกมที่โชว์ฟอร์มไม่ออกบ้างก็ตาม แต่ดูเกมที่อัพสันลงเล่นไม่เต็มเกมดูได้ เกมนั้นจบลงด้วยความพ่ายแพ้ต่อเอฟเวอร์ตันยับ 1-3 คารังโบลีนกราวด์ของตัวเอง

วีแกน: เมย์เนอร์ ฟิเกรัว (พลาดการลงสนาม 49 นาที)
โดนมองข้ามไปอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะทุกสายตามัวไปจับจ้องที่ผู้เล่นอย่าง เอเมอร์ ซากิ อันโตนิโอ วาเลนเซีย หรือแม้แต่มนุษย์แมวน้ำอย่าไตตัส บรัมเบิ้ล แต่ฟิเกรัวคือแบ็คซ้ายตัวจริงของทีมที่ลงเล่นในทุกแมทช์ที่วีแกนลงเตะในลีก และก็อย่างที่ทราบกันดีว่าปีนี้วีแกนมีแผงหลังที่แข็งแกร่งไม่ใช่เล่นทีเดียว

ที่มา: http://www.guideball.com/board/column/viewtopic.php?t=54159 และ ฟุตบอล 365





เบ็คแฮมเตรียมกลับ LA Galaxy? 14/02/2552

14 02 2009

หลังจากยืดเยื้อกันมานาน สำหรับการตกลงซื้อตัวเบคแฮมจาก LA Galaxy มาสู่ถิ่นซานซิโร่ของ AC Milan ล่าสุดทำท่าจะคุยกันไม่รู้เรื่องซะแล้วครับ แฟนๆมิลานคงต้องเตรียมใจแห้วไว้บ้าง ลองไปดูข่าวกันเลยดีกว่าครับ

แฟนมิลานเซ็งเบ็คส์เตรียมกลับแกแล็กซี่

 

เดวิด เบ็คแฮม ซูเปอร์สตาร์เลือดผู้ดี ต้องจำใจเก็บข้าวของกลับไปเล่นให้ แอลเอ แกแล็กซี่ ตามเดิมเสียแล้ว หลังจาก “ปีศาจแดง-ดำ” เอซี มิลาน ไม่ได้ยื่นข้อเสนอรอบ 2 ให้ทีมดังแดนลุงแซมพิจารณา ภายในวันศุกร์ที่ผ่านมาตามกำหนดเส้นตายที่ ดอน การ์เบอร์ บอสใหญ่ลีกเอ็มแอลเอสขีดเอาไว้

ทิม เลเวค ประธานบริษัท เออีจี เจ้าของทีม ลอส แอนเจลีส แกแล็กซี่ ในศึกเอ็มแอลเอส ออกมายืนยันว่า เดวิด เบ็คแฮม มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษ จะกลับมาสู่ถิ่นโฮม ดีโพต์ หลังจากหมดสัญญายืมตัวกับ เอซี มิลาน ในวันที่ 9 มีนาคม
 
เลเวค ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอพี ทางโทรศัพท์ หลังจากยักษ์ใหญ่แดนมะกะโรนี ไม่ได้ยื่นข้อเสนอใหม่เข้ามาเมื่อวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ ตามที่ ดอน การ์เบอร์ ประธานกรรมาธิการ เอ็มแอลเอส ได้ขีดเส้นตายเอาไว้ “วันนี้ เราไม่ได้รับข้อเสนอ เราจะยึดถือตามความปราถนาของ ประธานกรรมาธิการ เราจึงชัดเจนในจุดนี้ว่าจะไม่มีการเจรจาอีกต่อไป”
 
นักธุรกิจมะกัน บอกว่าเขาไม่ได้คุยกับ เบ็คแฮม โดยตรง แต่ได้บอกตัวแทนของนักเตะว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงสัญญายืมตัวให้เป็นการย้ายทีมแบบถาวร และเผยว่าอดีตกัปตันทัพ “สิงโตคำราม” มีเงื่อนไขในสัญญาที่เปิดทางให้เขาโบกมืออำลาทีมไปตอนสิ้นปี
 
“ผมรู้ว่า เดวิด ถูกอารมณ์ครอบงำ แต่ผมไม่คิดว่า มิลาน สนใจเท่าไรที่จะทุ่มเงินที่เราสมควรต้องได้เพื่อชดเชยความเสียหาย เห็นได้ชัดว่ามันมีความเสี่ยงที่เราอาจต้องเสียเขาไปตอนสิ้นปี ความหวังของเรา คือ ทีมทำผลงานให้เขาประหลาดใจ และ เราก็ดีกว่าปีก่อนเยอะมาก”
 
นอกจากนี้ เลเวค กล่าวปิดท้าย ก่อนที่ แกแล็กซี่ จะเปิดฤดูกาล เอ็มแอลเอส ในวันที่ 21 มีนาคม ว่า “การเจรจาจบลงไปแล้ว และ เราก็เดินหน้าต่อไป เราเฝ้ารอที่จะได้เห็น เดวิด กลับมาที่แค้มป์ฝึกซ้อม เราจำเป็นต้องทำผลงานในฤดูกาลนี้ให้ดี และ เราต้องทำผลงานตามความคาดหวังที่สูงกว่านี้ให้ได้”
 
ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง ไบรอัน สแวนสัน หัวหน้าผู้สื่อข่าวกีฬาของ สกาย สปอร์ตส์ นิวส์ เว็บไซต์ดังเมืองผู้ดีเพิ่งรายงานว่า เลเวค ได้บินไปโคโลราโด้ เพื่อพบ ฟิลิป อันส์ชูตซ์ เจ้าของทีม โดยเชื่อว่าเพื่อรอข้อเสนอใหม่ของมิลาน แต่ท้ายที่สุดก็ไม่มีเข้ามา

ที่มา : http://www.siamsport.co.th/Sport_Football/090214_046.html





สิ่งที่น่าอายสำหรับฟุตบอลไทย 25/01/2552

25 01 2009

วันก่อนที่ทีมชาติไทยแข่งฟุตบอลคิงส์คัพกับเลบานอนนั้น ผมมีความรู้สึกไม่ดีเลยเกี่ยวกับการแข่งขันนัดนั้น เพราะในวันนั้น กรรมการทั้งหมดก็เป็นคนไทย นักบอลไทยก็เข้าเสียบสกัดน่าเกลียดหลายลูก ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันในสนามอีก เหตุการณ์เหล่านี้ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่น่าอายยิ่งกว่าความพ่ายแพ้เสียอีก จากแมตช์ในวันนั้นทำให้ผมนึกถึงอีกนัดนึงที่เป็นความน่าอับอายเช่นกัน นั้นก็คือ การแข่งขันระหว่าง ไทยกับอินโดนีเซียในรายการไทเกอร์คัพ ซึ่งตอนนั้นทั้ง2ทีมต่างอยากจะแพ้เพื่อไปจะได้เลี่ยงการพบกับเจ้าภาพเวียดนามในรอบต่อไป ซึ่งเห็นได้ชัดจากการเล่นในสนามว่าน่าเกลียดมาก ลองไปดูในคลิปที่โพสต์ไว้กันครับ





เมื่อเบคแฮมมามิลาน 13/01/2552

13 01 2009

สำหรับนักฟุตบอลซูเปอร์สตาร์หนุ่มหล่อขวัญใจสาวทั่วโลกตลอดกาลอย่างเดวิด เบคแฮม เมื่อมีข่าว จะไม่กล่าวถึงก็คงไม่ได้ ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ทางเบคแฮมเองได้มาค้าแข้งในลีกกัลโช่ ซีเรียอา ของอิตาลีกับทีมเอซี มิลาน ด้วยสัญญายืมตัวสั้นๆ โดยการมาครั้งนี้ได้สร้างความฮือฮาให้กับวงการลูกหนังของอิตาลีเป็นอย่างมาก เพราะในมิลาน เราจะได้เห็นยอดนักเตะอย่าง โรนัลดินโญ่ กาก้า และเบคแฮม ได้เล่นร่วมกัน ซึ่งน่าสนใจมากเลยทีเดียว

สำหรับเบคแฮมในตอนนี้ยังถือว่าเป็นนักเตะในสังกัดของทีมแอลเอแกแล็กซี่ ทีมดังในอเมริกา ซึ่งเบคแฮมได้ค่าเหนื่อยมหาศาลอย่างที่ทุกคนทราบกัน ซึ่งการยืมตัวมามิลานครั้งนี้มีระยะเวลาเพียง2-3เดือน โดยเหตุผลนั้นเบคแฮมกล่าวว่า เค้าอยากจะรักษาความฟิตในระหว่างที่เมเจอร์ลีกของอเมริกานั้นพักอยู่ และยังได้ประสบการณ์กับทีมที่ยิ่งใหญ่ของโลกอีกด้วย

คนดังยังไงทำอะไรก็มีคนสนใจครับ ต้องรอติดตามกันต่อไปว่าผลงานของเบคแฮมจะดีแค่ไหน เพื่อพิสูจน์ว่าเค้ายังมีดีอยู่รึป่าววว





ฟุตบอลก็โดนกระทบเหมือนกัน

31 12 2008

วันนี้ข่าวฟุตบอลของผมมาแปลกครับ เพราะไปเจอข่าวที่น่าสนใจมา คือ สโมสรฟุตบอลบาเลนเซีย ซึ่งเป็นทีมใหญ่ของเสปนกำลังเจอปัญหาทางการเงิน จนต้องให้น้ำหนักความสำคัญกับการแก้ปัญหาการเงินมากกว่าการลุ้นแชมป์ เพื่อให้สโมสรต้องอยู่รอดต่อไป จริงๆแล้วเคยมีหลายทีมที่ต้องทำแบบนี้ครับ แต่ที่ครั้งนี้น่าสนใจเพราะว่า เศรษฐกิจโลกมันแย่ไปด้วยครับ ไม่รู้ว่ามันกระทบกันแค่ไหน เพราะผู้บริโภคความบันเทิงอย่างกีฬา ก็ต้องลดๆรายจ่ายลงด้วยอยู่แล้ว เราลองไปดูข่าวที่เค้าสัมภาษณ์ประธานสโมสรนี้กันดูครับ

ปธ.ค้างคาวชี้แก้ปัญหาการเงินสำคัญกว่าคว้าแชมป์

บิเซนเต้ โซเรียโน่ บอสใหญ่ บาเลนเซีย ชี้ชัดนโยบายหลักของ “ไอ้ค้างคาว” ในปี 2009 คือการแก้ไขปัญหาการเงินของสโมสรให้ได้ ระบุเป็นเรื่องสำคัญยิ่งกว่าการคว้าโทรฟี่แชมป์มาประดับบารมีเลยทีเดียว พร้อมภาวนาให้ทีมพบกับช่วงเวลาที่ดีกว่าปี 2008 ที่ผ่านมา
 
บิเซนเต้ โซเรียโน่ ประธานสโมสร บาเลนเซีย แห่งศึก ลา ลีกา สเปน ยืนยันว่าการแก้ไขสภาวะวิกฤติทางการเงินให้กับ “ไอ้ค้างคาว” คือสิ่งที่สำคัญมากกว่าการผงาดคว้าแชมป์สำหรับทีมในปี 2009 หลังจากที่ต้องประสบปัญหางบประมาณฝืดเคืองมาตลอดปี 2008 ที่ผ่านมา
 
บาเลนเซีย ยังคงต้องดิ้นรนอย่างหนักในการผลักดันให้สโมสรบรรลุถึงสภาพสมดุลทางการเงิน โดยรายงานทางการเงินได้เปิดเผยว่า “ลอส เช” มีหนี้ให้ตามล้างตามเช็ดเป็นมูลค่ากว่า 150 ล้านยูโร (ราว 6,750 ล้านบาท) เลยทีเดียว นั่นจึงส่งผลให้ อูไน เอเมรี่ กุนซือคนเก่ง ที่ตั้งเป้าหมายจะนำทีมติดกลุ่ม 4 อันดับแรก เพื่อคว้าโควตาลุยศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า อาจจะไม่ได้เงินมาใช้จ่ายเสริมทัพในจำนวนที่มากเพียงพอ
 
โซเรียโน่ กล่าวผ่าน “อาส” หนังสือพิมพ์กีฬาแดนกระทิงดุ ว่า “เรากำลังพากเพียรอย่างหนักไปกับการเสาะหาเสถียรภาพทางการเงิน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของสโมสรในเวลานี้ และสำคัญยิ่งกว่าความสำเร็จทางการกีฬาเสียอีก เราทำงานหนักตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อที่จะบรรลุผลสำเร็จในเรื่องนั้นให้ได้ ถึงแม้ว่าในบางครั้ง สิ่งต่างๆ จะไม่ได้ลุล่วงไปในทางที่ดีเหมือนกับที่คาดคิดเอาไว้ก็ตาม อย่างไรก็ตาม ผมควรจะต้องพูดว่าพวกเราทุกคนล้วนมีความมั่นใจว่าเราจะผ่านพ้นปัญหาทั้งหมดนี้ไปได้สำเร็จ”
 
นอกจากนั้น บิ๊กบอสแห่งถิ่น เมสตาย่า ตั้งความหวังว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับสโมสร จะได้พบสิ่งที่ดีขึ้นในปี 2009 โดยระบุว่า “ผมขอภาวนาแทนทุกคนที่เกี่ยวข้องกับสโมสรว่า บาเลนเซีย จะได้พบกับปีใหม่ที่ดียิ่งกว่าปี 2008 ที่ผ่านมา”

ที่มา : http://www.siamsport.co.th/Sport_Football/090101_054.html





นักล่าตาข่ายคนใหม่ของรีลมาดริด

9 12 2008

รีลมาดริดซึ่งได้ชื่อว่าเป็นทีมเจ้าบุญทุ่มทีมหนึ่งของวงการลูกหนัง ซึ่งปกติจะมีข่าวครึกโครมในการคว้านักเตะชื่อดังมาเสริมทัพอยู่เป็นประจำ ล่าสุดก็เพิ่งคว้าศูนย์หน้าตัวใหม่มา เพื่อทดแทนการบาดเจ็บของรุด ฟาน นิสเตอรอย ซึ่งคนคนนี้ก็คือ คลาส แยน ฮุนเตลาร์ โดยค่าตัวอยู่ที่ราวๆ 1200 ล้านบาท ฟังแล้วดูน่าจะไม่ธรรมดาจริงๆ ผมจึงนำบทความสัมภาษณ์มาฝากครับ ให้ลองอ่านกันดูว่าเค้ามีความมั่นใจแค่ไหนที่จะได้มาร่วมทีมรีลมาดริด

 เปิดใจ “ฮันเตอร์” หอกใหม่เรอัล
 

 

หลังจากที่ควานหาดาวยิงคนใหม่มานาน ในที่สุด เรอัล มาดริด ก็ได้กองหน้าฝีเท้าฉกาจมาล่าตาข่ายในถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาเบว แทนที่ รุด ฟาน นิสเตลรอย ที่เดี้ยงยาวจนต้องพักทั้งซีซั่นเรียบร้อยแล้ว และคนๆนั้นก็มีนามกรว่า คลาส แยน ฮุนเตลาร์ หัวหอกชาวดัตช์วัย 25 ปี ซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกับ “พี่ม้า” นั่นเอง
 
 
ในฐานะที่เป็นสมาชิกคนใหม่ล่าสุดสดๆร้อนๆของทีม “ราชันชุดขาว”  ฮุนเตลาร์ ผู้ซึ่งมีฉายาน่าเกรงขามว่า “ฮันเตอร์” ก็ได้เปิดใจถึงเรื่องราวต่างๆผ่านเว็บไซต์ของต้นสังกัดแห่งใหม่ หลังจากที่เก็บข้าวของย้ายมาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ยอดทีมในบ้านเกิด ด้วยค่าตัว 27 ล้านยูโร (ประมาณ 1,242 ล้านบาท) เมื่อกลางสัปดาห์ก่อน ว่าแล้วก็อย่ามัวเสียเวลาร้องรำทำเพลงกันอยู่เลย ไปทำความรู้จักกับสตาร์ทีมชาติฮอลแลนด์รายนี้กันเลยดีกว่า   
 
– ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทั้งตัวคุณและครอบครัวคุณคงวุ่นวายน่าดู
KJH “ใช่ พวกเขาวุ่นวายจริงๆ ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก”

 

– คุณเกือบจะได้ย้ายมาที่นี่แล้วเมื่อช่วงซัมเมอร์ ดังนั้นคุณคงมีความสุขมากแน่ๆ เมื่อในที่สุดคุณก็ได้เซ็นสัญญากับ เรอัล มาดริด
KJH  “ผมมีความสุขมากจริงๆกับสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ มันคือฝันที่เป็นจริง”

 

– ครอบครัวคุณคิดอย่างไรบ้าง เมื่อคุณได้ย้ายมาร่วมทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก?
KJH  “พวกเขามีความสุขกับผมมาก เพราะพวกเขารู้ดีว่า ผมพยายามทำงานอย่างหนักเพื่อสิ่งนี้มานานแล้ว พวกเขาแฮปปี้สุดๆที่ได้เห็นผมพบกับฝันที่กลายเป็นจริง”

 

– คุณคงภูมิใจในตัวเองมากเลย
KJH “แน่นอน”

 

– คุณได้เห็นสิ่งต่างๆที่ มาดริด บ้างหรือยัง?
KJH  “เห็นไม่ค่อยมากนัก ผมเพิ่งจะมาอยู่ที่นี่ได้ 1 คืน และก็ได้รู้จักบางสถานที่แล้ว”

 

– นักเตะดัตช์ทั้ง 6 คนที่นี่ จะคอยช่วยคุณปรับตัวให้เข้ากับทีมได้รวดเร็วแน่นอน
KJH  “ผมมั่นใจว่าพวกเขาจะคอยช่วยเหลือผม นักเตะหลายคนได้บอกกับผมแล้วว่า พวกเขาจะยื่นมือช่วยเหลือผม”

 

-ได้ยินมาว่า เวสลี่ย์ สไนเดอร์ ส่งข้อความถึงคุณด้วย
KJH “หลายคนเลยแหละ และมันก็เป็นเรื่องที่ดีมากด้วยที่พวกเขาทำแบบนี้ มันทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายกับที่นี่ในกรุงมาดริด ผมคิดว่าตัวเองจะสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว” 

 

– คุณกำลังรอคอยโอกาสได้ลงเล่นกับ เวสลี่ย์ อีกครั้งอย่างแน่นอน
KJH  “ใช่เลย ผมเคยเล่นกับเขามาแล้วที่ อาแจ็กซ์ และก็ได้เฝ้าดูพัฒนาการของเขาด้วย ผมได้พบกับเขาอีกครั้งตอนที่เล่นให้ทีมชาติฮอลแลนด์ มันเป็นเรื่องที่สุดยอดจริงๆ ที่สุดท้ายแล้วพวกเราได้เล่นอยู่ในทีมเดียวกันอีกครั้ง”

 

– คุณมองเขาอย่างไรบ้างในฐานะนักฟุตบอลคนหนึ่ง?
KJH  “ผมคิดว่าเขาเป็นนักฟุตบอลที่ดีเมื่อตอนที่เขาเซ็นสัญญากับ เรอัล มาดริด แต่เขาก็กำลังดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมทีเดียว เพราะผมเองก็หวังที่จะพัฒนาฝีเท้าเช่นกัน” 

 

– จอห์นนี่ ไฮติงก้า ที่เล่นให้กับ แอตเลติโก มาดริด คุณได้คุยกับเขาบ้างหรือยัง?
KJH  “ได้คุยแล้ว มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ที่มีนักเตะจาก อาแจ็กซ์ อยู่ในกรุงมาดริดหลายคน และก็จะได้พบปะกันอีกครั้ง มันคือฝันที่เป็นจริงเลยล่ะ”

 

– คุณจะต้องเก็บความเป็นเพื่อนไว้อย่างแน่นอน ยามที่คุณได้พบกับเขาในเกมดาร์บี้แมตช์นัดต่อไป
KJH “แน่นอนอยู่แล้ว พวกเราต้องคว้าชัยชนะให้ได้ ผมจะเล่นเพื่อ 3 คะแนน”

 

– นักเตะดัตช์คนแรกที่ย้ายมา เรอัล มาดริด ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาคือ รุด ฟาน นิสเตลรอย ซึ่งเป็นนักเตะที่คุณถูกนำไปเปรียบเทียบอยู่บ่อยครั้ง
KJH “เขาเป็นดาวยิงที่ดีมากๆ และผมก็เชื่อว่าเขาจะกลับมาจากอาการบาดเจ็บได้ ผมหวังว่าเขาจะทำได้”

 

– เขาเป็นนักเตะที่คุณเฝ้าดูและพยายามลอกเลียนแบบหรือเปล่า?
KJH “ผมอยู่ในทีมเยาวชนของ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ตอนที่เขาเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ ดังนั้นผมจึงได้ดูเขาเล่นอยู่หลายครั้งทีเดียว” 

 

– สถิติการยิงประตูของคุณมันเป็นอะไรที่น่าประทับใจมาก คุณคิดว่าคุณสามารถนำฟอร์มการเล่นแบบนั้นที่ลีกดัตช์มาใช้ใน ลา ลีกา ได้หรือเปล่า?
KJH “ผมคิดว่าถ้าหากคุณสามารถยิงประตูในลีกแห่งหนึ่งได้ คุณก็สามารถยิงได้ทุกที่นั่นแหละ ที่นี่มีนักเตะชั้นยอดมากมาย และงานของผมคือการยิงประตู ดังนั้นผมจะพยายามทำให้ดีที่สุด” 

 

– นักเตะคนไหนที่คุณเฝ้าดูตอนเป็นเด็ก?
KJH “โรมาริโอ, เบิร์กแคมป์…และอีกหลายๆคน”

 

– คุณมีความปรารถนาที่จะเป็นนักฟุตบอลอยู่เสมอใช่หรือเปล่า?
KJH “ใช่ มันคือพรหมลิขิต”

 

– ตอนที่คุณอยู่ที่ เดอ กราฟสคัป คุณได้เล่นเป็นแบ็กซ้าย, มิดฟิลด์ตัวกลาง และแม้กระทั่งเป็นผู้รักษาประตู…
KJH “ตอนนั้นผมเด็กมาก อายุเพียงแค่ 10 ขวบเท่านั้น ขณะที่คนอื่นๆภายในทีมต่างมีอายุ 12 ขวบกันหมด ผมเริ่มเล่นในตำแหน่งแบ็กซ้าย และหลังจากนั้นก็ขึ้นไปเป็นกองหน้า ซึ่งผมก็เล่นได้ดีขึ้นเรื่อยๆในตำแหน่งนี้”

 

– คุณรู้สึกว่าตัวคุณเองเริ่มเก่งเรื่องการยิงประตูตอนไหน?
KJH  “ผมว่าน่าจะตอนอายุระหว่าง 10-12 ขวบ ผมยิงประตูได้ในช่วงนั้นและผมก็ชอบมันมากด้วย”

 

– ก่อนที่คุณจะเซ็นสัญญากับ อาแจ็กซ์ คุณเคยเล่นให้กับ ฮีเรนวีน ด้วย
KJH  “ใช่ ผมเล่นที่นั้น 1 ปีครึ่ง มันเป็นช่วงเวลาที่ดี ที่นั่นมีผู้คนที่ยอดเยี่ยมมากมาย มันเป็นสโมสรที่ดีเยี่ยมจริงๆที่ผมจะเล่นให้”

 

– คุณมีสถิติกับ อาแจ็กซ์ ที่สุดยอดมากเลย ด้วยผลงาน 105 ประตู ใน 128 เกม
KJH “มันเป็นอะไรที่สวยงามจริงๆ ผมชอบที่จะยิงประตูให้มากที่สุดเท่าที่ผมสามารถทำได้”

 

– พวกเขายังให้คุณเป็นกัปตันทีมในช่วงต้นฤดูกาลนี้ด้วย มันเป็นเรื่องที่ยากลำบากมากขึ้นมั๊ยที่ต้องจากสโมสรมา?
KJH “ใช่ ผมเป็นกัปตันทีม แต่ เรอัล มาดริด แสดงความต้องการตัวผมอีกครั้ง และผมก็รู้สึกดีกับมันมาก นี่คือสิ่งที่ดีสำหรับอนาคตของผม”

 

– อะไรที่เป็นไฮไลต์สำคัญในชีวิตการค้าแข้งของคุณก่อนที่จะเซ็นสัญญากับ เรอัล มาดริด?
KJH  “น่าจะเป็นเกมแรกของผมกับทีมชาติฮอลแลนด์ และการเซ็นสัญญากับ อาแจ็กซ์ นอกจากนี้รางวัลส่วนตัวและกับทีมที่ผมได้มาทั้งหมดต่างก็เป็นไฮไลต์เช่นกัน”

 

– ข่าวดีสำหรับคุณคือ คุณจะได้เล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้ นั่นเป็นสิ่งที่คุณรอคอยอยู่
KJH  “แน่นอน ผมเคยเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก มาแล้วในช่วงปีแรกที่ผมอยู่กับ อาแจ็กซ์ ทุกๆคนล้วนชอบเล่นในเกมระดับสูงที่สุดอยู่แล้ว มันจะเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่สำหรับผมทีเดียว ที่จะได้เล่นในรายการนี้อีกครั้ง”

 

– คุณโชคไม่ดีที่จะต้องอดเล่นในเกมที่พบกับ บาร์เซโลน่า ที่ คัมป์ นู แต่ถึงยังไง คุณก็คงเฝ้ารอมันอยู่แล้ว (ฮุนเตลาร์ จะลงเล่นให้ เรอัล มาดริด ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 52 เป็นต้นไป)
KJH  “แน่นอน แต่ถึงยังไง ผมก็จะไปอยู่ที่นั่นด้วย”

 

– คุณอยากจะพูดอะไรกับแฟนบอลบ้าง?
KJH  “ผมจะเล่นด้วยความกระตือรือร้นและยิงประตูให้มากๆ เพื่อช่วยทีมคว้าชัยชนะ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผมคือการช่วยทีม”

 

– คุณมองตัวเองในฐานะนักเตะไว้อย่างไรบ้าง?
KJH  “ผมไม่ค่อยชอบพูดถึงตัวเองสักเท่าไร… คือผมชอบเล่นในกรอบเขตโทษ และให้มิดฟิลด์จ่ายบอลสวยๆมาให้ระหว่างกองหลังฝ่ายตรงข้าม”  

ที่มา : http://www.siamsport.co.th/Column/081209_027.html





ทางออกของกัลลาส…

23 11 2008

วิลเลียม กัลลาสนั้นเป็นนักเตะที่มีชื่อเสียงมายาวนาน ถึงแม้ปัจจุบันกัลลาสจะมีอายุมากแล้ว แต่ก็ยังเป็นนักเตะชั้นนำที่ยังเล่นอยู่ในทีมระดับแนวหน้าของพรีเมียร์ลีก นั้นก็คืออาร์เซนอล แต่ว่าชื่อเสียงของกัลลาสนั้นไม่ค่อยจะดีนัก โดยเฉพาะนิสัยส่วนตัวที่เข้ากับเพื่อนร่วมทีมได้ยาก เมื่อเค้าได้มาเป็นกัปตันทีมของอาร์เซนอลแล้ว ก็ได้มีปัญหาจนในที่สุดก็โดนรีบปลอกแขนกัปตันทีม วันนี้ผมได้นำเรื่องราวของกัลลาสมานำเสนอ และมาดูกันว่าในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ กัลลาสยังจะมีทางออกยังไง

ทางออกของกัลลาส โดนหมายหัวตั้งแต่วันแรกที่ได้รับมอบหมายตำแหน่งกัปตันทีมอาร์เซน่อลแทนที่คนเก่าคนแก่อย่าง จิลแบร์โต้ ซิลวา มิดฟิลด์บราซิลชุดแชมป์โลก2002 (ที่เพิ่งเปิดตูดย้ายหนีไปด้วยความงอนเมื่อต้นซีซั่นที่ผ่านมา) นิสัยแปลกๆที่เจ้าตัวแสดงออกตั้งแต่สมัยอยู่เชลซีทำให้หลายๆคนไม่ค่อยไว้วางใจให้สวมปลอกแขนอันทรงเกียรตินี้เลย ก็มีอย่างที่ไหน ไม่พอใจผู้จัดการทีม เลยขู่ว่าจะยิงประตูตัวเองแม่งเลย แถมงอแงจะเล่นตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟ ทั้งๆที่ดูหน่วยก้านและสไตล์การเล่นแล้ว ยืนฟูลแบ็คไปน่ะดีที่สุดแล้ว

 

แต่สุดท้ายปัญหา “แอ๊สโฮล” โคล ที่เกิดขึ้นในทีมปืนใหญ่ ทำให้เวนเกอร์ต้องจำใจขายแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดบนเกาะอังกฤษไปให้คู่แข่งอย่างเชลซี โดยแลกเอากัลลาสพ่วงมาด้วย

และแล้วเจ้าตัวก็ได้ลงเล่นในตำแหน่งที่ใฝ่ฝันมาตลอด ได้สวมเสื้อเบอร์10 แทนที่เจ้าของเดิมอย่าง เดนนิส เบิร์กแคมป์ และสำคัญที่สุดคือได้รับปลอกแขนกัปตันทีม พร้อมรับค่าเหนื่อยแพงระยับกว่า 8หมื่นปอนด์ต่อสัปดาห์ ทำเอาหลายๆคนมองค้อนว่า กูอยู่มาตั้งนาน ได้ค่าแรงไม่ถึงเสี้ยวของไอ้นี่เลย

มาปีแรกก็เจ็บบ้างลงบ้างสลับกันไป ฟอร์มโดยรวมก็ถือว่าโอเค น่ารักน่าลุ้น และมาพี้คสุดในซีซั่นที่สอง โดยเฉพาะช่วงต้นซีซั่นที่พาทีมโชว์ฟอร์มสุดโหดก้าวขึ้นมาลุ้นแชมป์แบบหักปากกาเซียน แต่แล้วนิสัยไม่ค่อยดีของแกก็เริ่มฉายแววในนัดที่ทีมพลาดท่าโดนเบอร์มิงแฮมตีเสมอท้ายเกม อาการงอแงนั่งทำหน้าแม่ป่วยกลางสนาม นอกจากจะไม่น่ารักแล้ว ยังชวนให้เพื่อนร่วมทีมเซ็งหนักไปกว่าเก่า

จากนั้นฟอร์มของทีมปืนใหญ่ก็ไม่เคยพุ่งไปแตะจุดสูงสุดเช่นเมื่อต้นซีซั่นที่แล้วได้เลย จนมาปีนี้ ทีมเสียสองมิดฟิลด์ตัวสำคัญออกไป ความรับผิดชอบ ความคาดหวังจากตัวกัปตันทีมขี้ใจน้อยก็มีมากขึ้น แต่ด้วยฟอร์มการเล่นไม่เป็นสับปะรดเลยของทีม หลายคนเริ่มชี้นิ้วกราดมองหาคนผิด

บางคนชี้ไปที่เหล่าศูนย์หน้าที่ยิงนกตกปลาจนเซ็ง กองกลางที่ไร้จินตนการและความแข็งแกร่ง แต่มีหลายต่อหลายเสียง(นิ้ว)ชี้ตรงไปที่ชายคนนี้ วิลเลี่ยม กัลลาส โทษฐานที่เป็นกัปตันทีมแต่แทบไม่เคยกระตุ้นเร้าอะไรลูกทีมเลย นอกจากคอยทำหน้าตาหัวล้านใจน้อยเวลาอะไรๆไม่เป็นใจ

ในที่สุดไอ้คนขี้ใจน้อยก็ระเบิดโพล่งออกมาจนได้ว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นในทีม ซึ่งตามหลักแล้วกัปตันทีมที่ดีจะต้องเคลียร์กันให้จบในห้องแต่งตัวหรือหลังเกมอะไรก็ว่ากันไป ไม่ใช่สาวไส้ให้กากินแบบนี้ แล้วยิ่งมีการระบุถึงชื่อตัวบุคคลในทีมเลยว่าไม่กินเส้นกับคนไหน อีแบบนี้ยังจะลงเล่นด้วยกันได้อีกหรือ

ทำพลาดก็มีโอกาสให้แก้ตัว แต่ถ้าพลาดบ่อยก็ต้องไปไกลๆตีน เวนเกอร์ริบปลอกแขนกัปตันทีมจากแขนดำๆของกัลลาสทันที และมอบมันให้มิดฟิลด์หัวใจของทีมในยุคปัจจุบันอย่าง เชสก์ ฟาเบรกาส แทน เป็นการมอบตำแหน่งกัปตันทีมที่สร้างขวัญกำลังใจให้ทีมเป็นอย่างมาก ยิ่งเกมล่าสุดที่ฟอร์มของทีมยังห่วยแตก แต่กัปตันคนใหม่ก็โชว์ความเก๋าเกินวัย ด้วยการจ่ายสุดงามให้เพื่อนหลุดไปยิงประตูชัยในเกมยุโรปเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา

หลายคนอาจมองว่ากัลลาสหมดอนาคตในถิ่นแอชเบอร์ตันโกรฟส์เสียแล้ว แต่ผมมองแล้วอย่างน้อยเค้าน่าจะยังลงเล่นกับทีมไปจนถึงสิ้นซีซั่น โดยมีเกมใหญ่ที่อาร์เซน่อลจะพบกับเชลซีในสุดสัปดาห์นี้รอให้กัลลาสได้แสดงออกถึงความทุ่มเทและฝีเท้าที่คู่ควรจะได้อยู่กับทีมต่อไป ถ้าเล่นเนี้ยบ ไม่งอแงงี่เง่าแบบเดิมๆ รับประกันได้ว่าเราจะได้เห็นเงาหัวดำๆเลี่ยมๆของแกปักหลักในแผงหลังปืนใหญ่ต่อไปซักพักใหญ่ๆ แต่ถ้าฟอร์มเป๋ หรือเล่นแบบวางยาเพื่อน(งอนที่โดนปลดจากกัปตัน) จนทีมแพ้ยับอับอายชาวโลก ไม่ต้องสืบก็รู้ว่า มกราคมนี้ ประตูอยู่ทางไหน มึงเชิญเดินออกไปทางนั้นเลยครับ ไอ้คุณกัลลาส

ที่มา : http://www.guideball.com/board/column/viewtopic.php?t=54017