หุ้นตก เงินบาทอ่อน อีกแล้วครับท่าน 21/02/2551

21 02 2009

ช่วงนี้รู้สึกว่าแต่ละข่าวที่ผมเอามาฝาก มันมักจะเป็นข่าวร้ายนะครับ 555

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น เงินบาทได้อ่อนค่าลงซึ่งก็ไม่ได้นับว่าเป็นข่าวร้ายซะทีเดียว เพราะพวกส่งออกอาจมีกำไรเพิ่มจากตรงนี้บ้าง แต่ว่าหุ้นมันก็ตกลงไปนิดๆด้วยเหมือนกันครับ เหตุอาจจะเพราะช่วงนี้ข่าวร้ายมันเยอะ 55 ลองไปดูรายละเอียดกันดีกว่าครับ

กสิกรคาดค่าเงินบาทแกว่งในช่วง 35.60-35.90 จับตากนง.ประชุมสัปดาห์น้า ขณะที่หุ้นมีแนวโน้มปรับตัว เหตุไร้ปัจจัยใหม่กระตุ้นตลาด

บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า ค่าเงินบาทในประเทศ (Onshore) ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 เดือนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ ท่ามกลางความอ่อนแอของสกุลเงินในภูมิภาค (โดยเฉพาะเงินวอนเกาหลีใต้ และเงินดอลลาร์ไต้หวัน) ตลอดจนแรงซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งตลาดคาดว่า เป็นการเข้าแทรกแซงค่าเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

นอกจากนี้เงินบาทยังถูกกดดันจากความต้องการเงินดอลลาร์สหรัฐของกลุ่มผู้นำเข้า ขณะที่แรงขายเงินดอลลาร์สหรัฐของผู้ส่งออก (โดยเฉพาะผู้ส่งออกทองคำ) เริ่มชะลอลง ทั้งนี้เงินบาทอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 เดือนที่ 35.74 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ก่อนฟื้นตัวกลับมายืนที่ระดับประมาณ 35.65 (ตลาดเอเชีย) เทียบกับระดับ 35.14 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (13 กุมภาพันธ์)
 
ในสัปดาห์นี้ (วันที่ 23-27 กุมภาพันธ์ 2552) ธนาคารพาณิชย์จะมีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ นอกจากนี้ก็จะมีการเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงสิ้นเดือน ทั้งนี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินคงจะขึ้นอยู่กับผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันพุธที่ 25 ก.พ.นี้ เป็นสำคัญ

ขณะที่ปัจจัยที่ต้องติดตามและอาจมีผลต่อความเคลื่อนไหวในตลาดเงินและตลาดตราสารหนี้ไทย ได้แก่ แถลงการณ์หลังการประชุมของ กนง. ตัวเลขเศรษฐกิจรายเดือนของ ธปท.ในช่วงสิ้นเดือน ตลอดจนทิศทางของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

ส่วนเงินบาทในประเทศอาจเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบประมาณ 35.60-35.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยตลาดคงจะจับตาสัญญาณการเข้าแทรกแซงตลาดของธปท. และแนวโน้มการอ่อนค่าของสกุลเงินในภูมิภาค ตลอดจนตัวเลข GDP ของไทยประจำไตรมาส 4/2551 ในช่วงต้นสัปดาห์
  
ส่วนดัชนีตลาดหลักทรัพย์  ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 434.67 จุด ปรับตัวลดลงร้อยละ 2.49 จาก 445.77 จุดในสัปดาห์ก่อน และร่วงลงร้อยละ 3.40 จากสิ้นปี 2551 ขณะที่มูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสัปดาห์เพิ่มขึ้นร้อยละ 14  จาก 31,814.47 ล้านบาทในสัปดาห์ก่อนหน้า มาอยู่ที่ 36,269.65 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่ลดลงจาก 7,953.62 ล้านบาทในสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 7,253.93 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบันขายสุทธิที่ 1,749.83 ล้านบาท และ 1,442.10 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่นักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิที่ 3,191.94 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 166.96 จุด ปรับตัวลดลง 0.14% จาก 167.20 จุดในสัปดาห์ก่อน แต่ขยับขึ้น 2.47% จากสิ้นปีก่อน
 
ส่วนแนวโน้มในสัปดาห์นี้ (23-27 ก.พ. 52) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยและบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่าดัชนีอาจปรับตัวลง เนื่องจากไม่มีปัจจัยใหม่ ๆ เข้ามาสนับสนุน รวมทั้งยังอาจมีแรงกดดันจากการเมืองในประเทศ ขณะที่ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ การรายงานตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2551 ของสศช.ในวันจันทร์ ผลการประชุมนโยบายการเงินของ กนง. ในช่วงกลางสัปดาห์ การรายงานตัวเลขเศรษฐกิจของธปท. ในวันศุกร์และการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ในตลาดหุ้นไทย รวมถึงสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ

ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันในตลาดโลก และการปรับตัวของตลาดหุ้นภูมิภาค รวมทั้งการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ อาทิ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2551 (ขั้นต้น) ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 430 และ 423 จุด ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 448 และ 456 จุด ตามลำดับ

ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/finance/finance/20090221/18482/คาดเงินบาทแกว่งช่วงแคบ-หุ้นลงเหตุไร้ปัจจัย.html


คำสั่งกระทำ

Information

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s




%d bloggers like this: