ยอดนักเตะ ไม่ต้องพัก 22/02/2552

22 02 2009

วันนี้ไปเจอบทความสถิติเกี่ยวกับนักฟุตบอลของแต่ละทีมที่น่าสนใจดีครับ

นอกจากนักฟุตบอลที่เป็นดาวดังประจำทีม หรือเป็นดาวยิงสูงสุดแล้ว ยังมีนักฟุตบอลที่ลงเล่นมากที่สุดในทีม ซึ่งแสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจของกุนซือที่ยอมให้เขาได้ลงเล่นเยอะขนาดนี้และความฟิตเหนือคนที่เค้ามีครับ เราลองมาดูนักเตะที่ลงเล่นเยอะที่สุดของแต่ละทีมในฤดูกาลนี้กันครับ

อาร์เซน่อล: กาเอล กลิชี่ (พลาดการลงสนาม 130 นาที)
ไม่ใช่ว่าเล่นได้ดีโคตรจนไม่มีใครมาแย่งตำแหน่งไปได้ แต่เพราะทีมอาร์เซน่อลมีแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดได้เท่านี้จริงๆในเวลานี้ เพราะกวาดสายตาไปดูตัวสำรองก็จะเจอมิกาเอล ซิลแวสต์ และ คีแรน กิ๊บสัน นั่งทำหน้าแป้นแล้นอยู่ ก็สมควรแล้วล่ะครับที่กลิชี่จะได้ลงไปตะบี้ตะบันเล่นแบบไม่ได้พักได้ผ่อนแบบนี้

แอสตัน วิลล่า: กาเบรียล อั๊กบอนลาฮอร์ (พลาดการลงสนาม 7 นาที)
ด้วยขุมกำลังที่มีน้อยเหลือเกินของวิลล่า ยิ่งเจออาการบาดเจ็บยาวของยอห์น คาริว ยิ่งทำให้มาร์ติน โอนีลล์ ไม่มีทางเลือก นอกจากต้องส่งกองหน้าที่ดีที่สุดที่มีในทีมลงเล่นทุกนัด จนล่าสุดเพิ่งไปคว้าเอมิล เฮสกีย์มายืนค้ำในแดนหน้าอีกคน ก็ยังไม่ยอมให้อั๊กบอนลาฮอร์ได้พักได้ผ่อนบ้าง ก็ทีมกำลังบินสูง ใครจะกล้าปรับทีมมากกันล่ะครับ
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส: ไรอัน เนลเซ่น (พลาดการลงสนาม 91 นาที)
แม้ผู้จัดการทีมจะเปลี่ยนหน้าไป แต่เนลเซ่นยังอยู่ที่นั่นตรงนั้นในแผงหลังแบล็คเบิร์น เกมเดียวที่เขาพลาดการลงสนามนั้นทีมจบลงด้วยความพ่ายแพ้ แต่ก็นะ หลายเกมที่เนลเซ่นลงสนาม ทีมก็แพ้ยับเช่นกัน ตกลงได้ลงเล่นเพราะอะไรวะเนี่ย

โบลตัน: เควิน เดวี่ส์ (พลาดการลงสนาม 45 นาที)
แม้จะมีแฟนโบลตันกลุ่มนึงที่ต้องการให้ทีมดร็อปเดวี่ส์บ้าง เพราะแกไม่ทำอะไรนอกจากลงไปยืนค้ำแดนหน้าและทำฟาวล์ทีมคู่แข่งให้กรรมการเป่านกหวีดปรี๊ดแก้วหูชากันหลายหน แต่ด้วยลูกขยันที่ได้ใจกุนซือแกรี่ เม็กสัน บวกกับตัวเลือกในแดนหน้าที่น้อยเสียยิ่งกว่าน้อย เราเลยได้เห็นเดวี่ส์ลงไปทำฟาวล์ในสนามจนเบื่อ

เชลซี: แฟรงค์ แลมพาร์ด (พลาดการลงสนาม 49 นาที)
ไม่ต้องแปลกใจเลยกับสุดยอดมิดฟิลด์ผู้ไม่เคยเหนื่อยคนนี้ แม้จะโดนเปลี่ยนตัวออกไปพักช่วงท้ายเกมในเกมเจอโบโร่ บวกกับใบแดงมั่วซั่วในเกมเจออดีตจ่าฝูง ลิเวอร์พูล แต่เมื่อเหลือบตาดูจำนวนนัดที่แลมพาร์ดลงเตะแล้วชวนให้ตกตะลึง แลมพ์ลงหวดในซีซั่นนี้ไปแล้วถึง 42 นัดรวมทุกรายการ (รวมทีมชาติด้วย) แม้กุนซือเชลซีจะเปลี่ยนมือแล้ว แต่แลมพาร์ดจะยังปักหลักในแดนกลางทุกเกมแน่นอน ถ้าไม่ตายไปซะก่อน

เอฟเวอร์ตัน: ฟิล ยาเกียลก้า (ลงเล่นทุกนาที!)
เริ่มต้นซีซั่นอย่างลุ่มๆดอนๆในตำแหน่งมิดฟิลด์ ก่อนจะโดนถอยมาปักหลักในแผงหลังและโชว์ฟอร์มได้แข็งแกร่งที่สุดคนนึงในลีก และเดวิด มอยส์ก็ใส่ความมั่นใจลงไปในตัวยาเกียลก้าเต็มเปี่ยมด้วยการส่งลงไปเล่นทุกวินาทีที่ทีมลงเตะในลีก จนตอนนี้ยาเกียลก้าคือมือวางอันดับต้นๆในตำแหน่งกองหลังทีมชาติอังกฤษไปแล้ว

ฟูแล่ม: อาร่อน ฮิวจ์ส (ลงเล่นทุกนาที!)
แม้เบรเด้ ฮังเกลันด์จะได้หน้าได้ตาไปกับฟอร์มการเล่นที่แข็งแกร่งของทีม แต่คนสำคัญไม่แพ้กันในแผงหลังฟูแล่มคืออาร่อน ฮิวจ์สคนนี้ ฮิวจ์สลงโซโล่ให้เจ้าสัวน้อยทุกนาทีในลีกแบบไม่รู้จักเจ็บจักเหนื่อย แม้เกมล่าสุดจะโชว์ฟอร์มไม่ค่อยออก พ่ายแชมป์เก่ายับไปถึง 3-0 ก็ตาม

ฮัลล์ ซิตี้: ไมเคิ่ล เทอร์เนอร์ (ลงเล่นทุกนาที!)
นี่เป็นนักเตะที่ไม่เคยมีคนสนใจเมื่อตอนก่อนเริ่มซีซั่น แต่ทันทีที่ลงเตะไปได้ไม่กี่นัด ชื่อของเทอร์เนอร์ก็หอมหวานไปทั่ว จนมีข่าวว่าลิเวอร์พูลและสเปอร์สสนใจจะคว้าตัวไปร่วมทีม แต่ด้วยฟอร์มปัจจุบัน ดูเหมือนจะหาคนมาสนใจซื้อยากซะแล้ว เอาน่ายังไงก็ยังมีจุดขายที่การลงเล่นต่อเนื่องยาวนานแบบสภาพความฟิตเต็มถังเสมอ

ลิเวอร์พูล: เจมี่ คาราเกอร์ (ลงเล่นทุกนาที!)
ใครก็ตามที่พูดว่าลิเวอร์พูลมีดีก็แค่เจอร์ราร์ดและตอร์เรสนั้น ถือว่าโง่อย่างแรง เพราะจริงๆแล้วต้องพูดว่ามีคาราเกอร์อีกหน่อ นี่คือนักเตะผู้จงรักภักดีและเป็นที่รักของแฟนบอลไม่แพ้นักเตะคนใดของทีม คาราเกอร์ไม่เคยบ่นไม่เคยเจ็บไม่เคยเหนื่อยและพร้อมทุ่มเกินร้อยให้ลิเวอร์พูลเสมอ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้: แวงซอง กอมปะนี (พลาดการลงสนาม 90 นาที)
อาจจะเป็นชื่อที่สร้างความประหลาดใจ เพราะใครๆก็มองไปว่าน่าจะเป็นสตีเฟ่น ไอร์แลนด์ซะมากกว่า แต่กอมปะนีทำได้และทำไปแล้ว ไม่ว่าจะลงเล่นในตำแหน่งกองกลางหรือกองหลังก็ตาม ขอให้บอก พี่พร้อมจัดให้ เกมเดียวที่กอมปะนีไม่ได้ลงเล่นคือเกมที่ทีมเรือใบแพ้คาบ้านให้กับสเปอร์สไป 1-2

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: เนมานย่า วิดิช (พลาดการลงสนาม 91 นาที)
ไม่ต้องอธิบายอะไรอีกกับเซนเตอร์ฮาล์ฟที่เล่นได้โดดเด่นที่สุดในลีกรายนี้ นี่คือตัวเต็งรางวัลนักบอลยอดเยี่ยมประจำซีซั่นนี้อย่างไม่ต้องสงสัย สาวกปิศาจแดงทุกรายจะต้องคิดถึงเขาอย่างแน่นอนในเกมยุโรปที่ทีมจะเจอกับอินเตอร์มิลาน

มิดเดิ้ลสโบรช์: สจ๊วต ดาวนิ่ง (พลาดการลงสนาม 8 นาที)
นี่คือนักเตะผู้สร้างสรรค์เกมรุกให้โบโร่ตลอดทุกเกม เป็นหัวสมองหลักของทีมที่แกเร็ธ เซาธ์เกตหวังพึ่งพาให้ทีมพบชัยชนะ ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ดาวนิ่งจะได้พักผ่อนบ้าง เพราะโบโร่ปีนี้ยิงประตูใครแทบไม่เป็น อย่าแปลกใจว่าทำไมดาวนิ่งมีข่าวบ่นตลอดว่าอยากย้ายทีมเหลือเกิน ก็จับหนูเล่นไม่ให้พักบ้างเลยนี่พี่

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด: ฟาบริซิโอ โกลอสซินี่ (ลงเล่นทุกนาที!)
นักเตะมากหน้าหลายตาสลับหมุนเวียนกันลงเตะให้ทูนอาร์มี่ในซีซั่นนี้ แต่โกลอสซินี่ปักหลักในแผงหลังไม่เคยไปไหน อาจจะพูดได้ไม่เต็มปากว่าเพราะหนุ่มผมยุ่งรายนี้เล่นได้โดดเด่นจนไม่อาจจะโดนดร็อปจากทีมได้ แต่ก็พอจะกล้อมแกล้มได้ว่า พี่แกยังโชว์ฟอร์มได้ดีกว่าอีกหลายหน่อที่นั่งหน้ามู่ทู่ข้างสนาม

ปอร์ทสมัธ: ซิลแว็ง ดิสแต็ง (ลงเล่นทุกนาที!)
อาจจะไม่ใช่กองหลังที่ดีที่สุดในลีก แต่เชื่อได้เลยว่านี่คือกองหลังที่ฟอร์มคงเส้นคงวาที่สุดคนนึง และที่สำคัญแกถึกยังกับควายไม่เคยเจ็บไข้ได้ป่วยอะไรกับเขาเลยให้ตาย

สโต๊ค ซิตี้: อับดุลลาย ฟาย (พลาดการลงสนาม 135 นาที)
นี่คือนักเตะที่ทีมช่างปั้นหม้อไม่อาจขาดได้ แม้จะไม่ได้แข็งแกร่งประดุจเนมานย่า วิดิช แต่นี่คือกองหลังที่สำคัญที่สุดของทีมเล็กๆลุ้นหนีตกชั้นอย่างสโต๊ค

ซันเดอร์แลนด์: แดนนี่ คอลลินส์ (พลาดการลงสนาม 299 นาที)
สมัยรอย คีนคุมทีมแมวดำนั้น แกไม่มีนักเตะที่ตายตัว ปรับไปตามฟอร์มและแท็คติคเรื่อยๆ แต่แดนนี่ คอลลินส์เป็นหนึ่งในไม่กี่รายที่แทบไม่เคยโดนดร็อปออกจาก 11 ตัวจริง และฟอร์มการเล่นล่าสุดก็น่าประทับใจจนสโมสรยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้เจ้าตัวพิจารณาแล้ว

สเปอร์ส: โจนาธาน วู้ดเกต (พลาดการลงสนาม 351 นาที)
ถ้าทีมของคุณได้ผู้เล่นที่เจ็บเป็นอาชีพเล่นบอลเป็นงานอดิเรกลงเล่นให้ทีมคุณได้มากมายขนาดนี้ ก็ควรคาดหวังได้เลยว่าปีนี้ทีมคุณสะแด่วแห้วแน่นอน และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ สเปอร์สมีฟอร์มสามวันดีสี่วันไข้จนแฟนบอลปวดกบาลไปทั้งเมือง

เวสต์บรอม: พอล โรบินสัน (พลาดการลงสนาม 141 นาที)
นอกจากโดนลงแบน 1 นัดเรื่องวินัย และโดนไล่ออกแบบงงๆในเกมเจอแมนฯยูไนเต็ด โรบินสันก็ได้ลงไปวิ่งโทงๆในตำแหน่งแบ็คซ้ายทุกเกมแบบไม่มีอิดออด จนเบ็คซ้ายตัวสำรองอย่างมาเร็ค เช็คออกมาบ่นเสียงดังว่าหนูอยากย้าย

เวสต์แฮม: แมทธิว อัพสัน (พลาดการลงสนาม 73 นาที)
อัพสันคือกองหลังที่ทีมจะขาดเสียไม่ได้ไปซะแล้ว แม้เอาเข้าจริงๆจะมีหลายเกมที่โชว์ฟอร์มไม่ออกบ้างก็ตาม แต่ดูเกมที่อัพสันลงเล่นไม่เต็มเกมดูได้ เกมนั้นจบลงด้วยความพ่ายแพ้ต่อเอฟเวอร์ตันยับ 1-3 คารังโบลีนกราวด์ของตัวเอง

วีแกน: เมย์เนอร์ ฟิเกรัว (พลาดการลงสนาม 49 นาที)
โดนมองข้ามไปอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะทุกสายตามัวไปจับจ้องที่ผู้เล่นอย่าง เอเมอร์ ซากิ อันโตนิโอ วาเลนเซีย หรือแม้แต่มนุษย์แมวน้ำอย่าไตตัส บรัมเบิ้ล แต่ฟิเกรัวคือแบ็คซ้ายตัวจริงของทีมที่ลงเล่นในทุกแมทช์ที่วีแกนลงเตะในลีก และก็อย่างที่ทราบกันดีว่าปีนี้วีแกนมีแผงหลังที่แข็งแกร่งไม่ใช่เล่นทีเดียว

ที่มา: http://www.guideball.com/board/column/viewtopic.php?t=54159 และ ฟุตบอล 365





หุ้นตก เงินบาทอ่อน อีกแล้วครับท่าน 21/02/2551

21 02 2009

ช่วงนี้รู้สึกว่าแต่ละข่าวที่ผมเอามาฝาก มันมักจะเป็นข่าวร้ายนะครับ 555

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น เงินบาทได้อ่อนค่าลงซึ่งก็ไม่ได้นับว่าเป็นข่าวร้ายซะทีเดียว เพราะพวกส่งออกอาจมีกำไรเพิ่มจากตรงนี้บ้าง แต่ว่าหุ้นมันก็ตกลงไปนิดๆด้วยเหมือนกันครับ เหตุอาจจะเพราะช่วงนี้ข่าวร้ายมันเยอะ 55 ลองไปดูรายละเอียดกันดีกว่าครับ

กสิกรคาดค่าเงินบาทแกว่งในช่วง 35.60-35.90 จับตากนง.ประชุมสัปดาห์น้า ขณะที่หุ้นมีแนวโน้มปรับตัว เหตุไร้ปัจจัยใหม่กระตุ้นตลาด

บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า ค่าเงินบาทในประเทศ (Onshore) ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 เดือนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ ท่ามกลางความอ่อนแอของสกุลเงินในภูมิภาค (โดยเฉพาะเงินวอนเกาหลีใต้ และเงินดอลลาร์ไต้หวัน) ตลอดจนแรงซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งตลาดคาดว่า เป็นการเข้าแทรกแซงค่าเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

นอกจากนี้เงินบาทยังถูกกดดันจากความต้องการเงินดอลลาร์สหรัฐของกลุ่มผู้นำเข้า ขณะที่แรงขายเงินดอลลาร์สหรัฐของผู้ส่งออก (โดยเฉพาะผู้ส่งออกทองคำ) เริ่มชะลอลง ทั้งนี้เงินบาทอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 เดือนที่ 35.74 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ก่อนฟื้นตัวกลับมายืนที่ระดับประมาณ 35.65 (ตลาดเอเชีย) เทียบกับระดับ 35.14 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (13 กุมภาพันธ์)
 
ในสัปดาห์นี้ (วันที่ 23-27 กุมภาพันธ์ 2552) ธนาคารพาณิชย์จะมีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ นอกจากนี้ก็จะมีการเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงสิ้นเดือน ทั้งนี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินคงจะขึ้นอยู่กับผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันพุธที่ 25 ก.พ.นี้ เป็นสำคัญ

ขณะที่ปัจจัยที่ต้องติดตามและอาจมีผลต่อความเคลื่อนไหวในตลาดเงินและตลาดตราสารหนี้ไทย ได้แก่ แถลงการณ์หลังการประชุมของ กนง. ตัวเลขเศรษฐกิจรายเดือนของ ธปท.ในช่วงสิ้นเดือน ตลอดจนทิศทางของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

ส่วนเงินบาทในประเทศอาจเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบประมาณ 35.60-35.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยตลาดคงจะจับตาสัญญาณการเข้าแทรกแซงตลาดของธปท. และแนวโน้มการอ่อนค่าของสกุลเงินในภูมิภาค ตลอดจนตัวเลข GDP ของไทยประจำไตรมาส 4/2551 ในช่วงต้นสัปดาห์
  
ส่วนดัชนีตลาดหลักทรัพย์  ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 434.67 จุด ปรับตัวลดลงร้อยละ 2.49 จาก 445.77 จุดในสัปดาห์ก่อน และร่วงลงร้อยละ 3.40 จากสิ้นปี 2551 ขณะที่มูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสัปดาห์เพิ่มขึ้นร้อยละ 14  จาก 31,814.47 ล้านบาทในสัปดาห์ก่อนหน้า มาอยู่ที่ 36,269.65 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่ลดลงจาก 7,953.62 ล้านบาทในสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 7,253.93 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบันขายสุทธิที่ 1,749.83 ล้านบาท และ 1,442.10 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่นักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิที่ 3,191.94 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 166.96 จุด ปรับตัวลดลง 0.14% จาก 167.20 จุดในสัปดาห์ก่อน แต่ขยับขึ้น 2.47% จากสิ้นปีก่อน
 
ส่วนแนวโน้มในสัปดาห์นี้ (23-27 ก.พ. 52) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยและบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่าดัชนีอาจปรับตัวลง เนื่องจากไม่มีปัจจัยใหม่ ๆ เข้ามาสนับสนุน รวมทั้งยังอาจมีแรงกดดันจากการเมืองในประเทศ ขณะที่ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ การรายงานตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2551 ของสศช.ในวันจันทร์ ผลการประชุมนโยบายการเงินของ กนง. ในช่วงกลางสัปดาห์ การรายงานตัวเลขเศรษฐกิจของธปท. ในวันศุกร์และการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ในตลาดหุ้นไทย รวมถึงสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ

ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันในตลาดโลก และการปรับตัวของตลาดหุ้นภูมิภาค รวมทั้งการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ อาทิ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2551 (ขั้นต้น) ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 430 และ 423 จุด ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 448 และ 456 จุด ตามลำดับ

ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/finance/finance/20090221/18482/คาดเงินบาทแกว่งช่วงแคบ-หุ้นลงเหตุไร้ปัจจัย.html





Harddisk 2 TB ปีนี้สงสัยจะมีใช้กันตามบ้าน 20/02/2552

20 02 2009

ปัจจุบันนับว่าเทคโนโลยีในการผลิตHarddiskได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วจริงๆครับ เค้าว่ากันว่าปีนี้เราจะได้ใช้ Harddisk ขนาด 2 Terabytes กันแล้ว เพราะว่า2ค่ายดังอย่าง Seagate และ Western Digital ต่างก็ออก Harddisk ขนาดนี้ออกมาสู่ตลาดแล้วครับ คาดว่าราคาจะลงมาสู่ระดับที่น่าซื้อภายในปีนี้นี่แหละครับ ลองไปดูรายละเอียดจากข่าวกันครับ

ศึกชนช้างฮาร์ดดิสก์ 2 เทอราไบต์ WD vs Seagate

ใครจะคิดว่าแค่ปี 2009 ผู้ใช้อย่างเราๆ จะได้ใส่ฮาร์ดดิสก์ขนาด 2 เทอราไบต์ในเครื่อง

ส่งท้ายปลายปี 2008 ซีเกทออกหมัดเด็ด ปล่อยฮาร์ดดิสก์ขนาด 1.5 เทอร์ราไบต์ ออกมาเป็นเจ้าแรก ซึ่งก็รอๆ กันอยู่ว่า Western Digital หรือ WD จะปล่อยฮาร์ดดิสก์ที่มีความจุมากกว่า 1 เทอราไบต์ เมื่อไหร่ แต่ปีใหม่มาได้ไม่กี่วัน ซีเกทออกข่าวฮาร์ดดิสกรุ่น Barracuda 7200.12  ที่การปรับปรุง Perpendicular Recording ใหม่ ทำให้ใน 1 pallete (จาน) สามารถจุได้ถึง 500 กิกะไบต์ ความหนาแน่นเชิงพื้นที่ระดับ 329 กิกะไบต์/ตารางนิ้ว ทำให้ฮาร์ดดิสก์ขนาดหนึ่ง 1 เทอราไบต์ (รหัส ST31000523AS) ใช้เพียงแค่ 2 palette ทำให้มีอัตราการส่งข้อมูลได้สูงถึง 160-MB/s (maximum sustained data rate) และใช้กำลังไฟน้อยลง ซึ่ง ณ วันนี้ฮาร์ดดิสก์ 1 ตัวสามารถใส่ได้ 4  palette ดังนั้นคาดว่าคงจะได้เห็นฮาร์ดดิสก์ขนาด 2 เทอราไบต์ได้ในปีนี้

แต่พอยังไม่ทันจะข้ามเดือนมกราคม WD ประกาศขายฮาร์ดดิสก์สำหรับผู้ใช้ทั่วไปรุ่น Green รุ่นใหม่ขนาด 2 เทอราไบต์ (WD20EADS)  ซึ่งการปรับปรุงที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ การเพิ่มแคชจากเดิม 16 เมกะไบต์มาเป็น 32 เมกไบต์ และเปลี่ยนมาใช้ Perpendicular Recording ใหม่ ทำให้ใน 1 pallete (จาน) สามารถจุได้ถึง 500 กิกะไบต์ เช่นเดียวกัน แต่จะมีความหนาแน่นเชิงพื้นที่ระดับ 400 กิกะไบต์/ตารางนิ้ว (มากกว่าของซีเกท) ทำให้ ณ วันนี้ WD กลายเป็นผู้ผลิตกลับมาทวงบัลลังก์ผู้นำความจุฮาร์ดดิสก์ได้อีกครั้ง พร้อมกันในรุ่นใหม่นี้ยังทางเลือกความจุขนาด 1.5 และ 1.0 เทอราไบต์ อีกด้วย

มีหรือซีเกทจะนิ่งเฉย หนึ่งอาทิตย์ถัดมาต้นเดือนกุมภา ซีเกทประกาศเปิดตัวฮาร์ดดิสก์รุ่นใหม่ขนาด 3.5 นิ้ว สำหรับในตลาดเอ็นเทอร์ไพรซ์ขนาด 2 เทอราไบต์ ในรุ่น Constellation ES พร้อมด้วยเทคโนโลยี PowerChoice ที่สามารถลดกำลังไฟได้ถึง 54 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทางซีเกทบอกว่าเป็นฮาร์ดดิสก์ขนาดความจุ 3.5 นิ้วสำหรับเอ็นเทอร์ไพรซ์เพียงตัวเดียวในท้องตลาดด้วย แต่ถ้าอยากได้ความจุน้อยลงหน่อย ทางซีเกทก็จะมีขนาด 500 กิกไบต์ และ 1 เทอราไบต์ให้ด้วย แต่อย่างไรก็ตามซีเกทไม่ได้บอกว่าจะจะมีวางจำหน่วยเมื่อไหร่

อย่างไรก็ตามการจะเปรียนเทียบว่าเทคโนโลยีของใครจะดีกว่านั้น คงต้องรอให้ทั้งคู่ ออกฮาร์ดดิสก์ที่อยู่ในระดับเดียวกันออกมาก่อนถึงจะบอกได้ เมื่อถึงเวลานั้นคงได้มีข้อมูลเปรียบมวยเรื่องนี้อีกที ศึกครั้งนี้แค่คงแค่ยกแรกเท่านั้น

ที่มา: http://www.arip.co.th/2006/news.php?id=408579





Hack Your Mind Class 19/02/2552

19 02 2009

ในที่สุดคาบสุดท้ายของการเรียนการสอนก็มาถึงจนได้ครับ คาบนี้อาจารย์ธงชัยได้เป็นผู้สอนเอง โดยสิ่งที่อาจารย์ได้นำมาสอนคือเรื่องของ ความถนัดในการรับรู้ และเรื่องของ ชี่กง ครับ

ความถนัดในการรับรู้ของคนเราโดยทั่วไปจะแบ่งหลักๆเป็น 3 ชนิดครับคือ

1. Visual ถนัดรับรู้ด้วยการมอง

2. Auditory ถนัดรับรู้ด้วยการฟัง

3. Kinesthetic ถนัดรับรู้ด้วยการปฏิบัติ

โดยการจำแนกว่าเป็นแบบไหนนั้น สามารถทำได้ด้วยการทำแบบทดสอบครับ ซึ่งผลปรากฏว่าผมได้แบบ Visual หรือถนัดการรับรู้จากการมองนั้นเองครับ โดยอาจารย์ธงชัยก็ได้ทำการสอบถามทั้งห้องว่าใครเป็นแบบไหนกันบ้าง พบว่ามีแบบ Auditory อยู่น้อย ซึ่งตรงกับสมมติฐานที่อาจารย์เคยตั้งไว้ว่า คนแบบนี้จะไม่ค่อยชอบเรียนวิชา Hack Your Mind ครับ

เรื่องต่อมาก็คือเรื่อง ชี่กง ครับ อาจารย์ธงชัยได้สอนให้พวกเราลองทำท่าต่างๆครับเริ่มตั้งแต่การนวดจุดเหลากงซึ่งอยู่บริเวณกลางฝ่ามือครับ

ต่อจากนั้นก็ลองสัมผัสถึงพลังชี่โดยการทำใจให้สงบ หันฝ่ามือทั้งสองข้างเข้าหากัน แล้วให้ฝ่ามือเคลื่อนที่เข้าหากัน และเคลื่อนที่ออกจากกัน ไปเรื่อยๆ ก็จะทำให้รู้สึกถึงอะไรบางอย่างได้ครับ เช่น ความร้อน แรงดูด แรงผลัก เป็นต้น

ท่าต่อมา ให้ยืนขึ้น หันฝ่ามือเข้าหาตัว โดยอยู่ข้างหน้าตัวห่างจากลำตัวเล็กน้อย มือหนึ่งไว้สูงระดับอก อีกมือไว้สูงระดับท้องน้อย จากนั้นให้เคลื่อนมือทั้งสองสลับที่กันเป็นวงไปเรื่อยๆครับ

ท่าต่อมา ให้หันฝ่ามือเข้าหากันปลายนิ้วชี้ไปข้างหน้า มืออยู่ระดับท้องน้อย แล้วให้เคลื่อนที่เข้าหากัน และเคลื่อนที่ออกจากกัน ไปเรื่อยๆครับ

ท่าสุดท้ายเป็นท่าเก็บพลัง ให้ประสานมือให้จุดเหลากงอยู่ตรงกันโดยผู้ชายให้ขวาทับซ้าย ส่วนผู้หญิงให้ซ้ายทับขวา และวางไว้บริเวณท้องน้อย เสร็จแล้วให้นวดตามเข็มนาฬิกา 36 รอบ และทวนเข็มนาฬิกาอีก 36 รอบครับ เป็นอันเสร็จสิ้น

สำหรับวันนี้ก็ยังได้รับความรู้กันจนถึงท้ายสุดจริงๆครับ ไว้พบกันวันปาร์ตี้ 6 มีนาคมนะครับ 😀





เบ็คแฮมเตรียมกลับ LA Galaxy? 14/02/2552

14 02 2009

หลังจากยืดเยื้อกันมานาน สำหรับการตกลงซื้อตัวเบคแฮมจาก LA Galaxy มาสู่ถิ่นซานซิโร่ของ AC Milan ล่าสุดทำท่าจะคุยกันไม่รู้เรื่องซะแล้วครับ แฟนๆมิลานคงต้องเตรียมใจแห้วไว้บ้าง ลองไปดูข่าวกันเลยดีกว่าครับ

แฟนมิลานเซ็งเบ็คส์เตรียมกลับแกแล็กซี่

 

เดวิด เบ็คแฮม ซูเปอร์สตาร์เลือดผู้ดี ต้องจำใจเก็บข้าวของกลับไปเล่นให้ แอลเอ แกแล็กซี่ ตามเดิมเสียแล้ว หลังจาก “ปีศาจแดง-ดำ” เอซี มิลาน ไม่ได้ยื่นข้อเสนอรอบ 2 ให้ทีมดังแดนลุงแซมพิจารณา ภายในวันศุกร์ที่ผ่านมาตามกำหนดเส้นตายที่ ดอน การ์เบอร์ บอสใหญ่ลีกเอ็มแอลเอสขีดเอาไว้

ทิม เลเวค ประธานบริษัท เออีจี เจ้าของทีม ลอส แอนเจลีส แกแล็กซี่ ในศึกเอ็มแอลเอส ออกมายืนยันว่า เดวิด เบ็คแฮม มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษ จะกลับมาสู่ถิ่นโฮม ดีโพต์ หลังจากหมดสัญญายืมตัวกับ เอซี มิลาน ในวันที่ 9 มีนาคม
 
เลเวค ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอพี ทางโทรศัพท์ หลังจากยักษ์ใหญ่แดนมะกะโรนี ไม่ได้ยื่นข้อเสนอใหม่เข้ามาเมื่อวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ ตามที่ ดอน การ์เบอร์ ประธานกรรมาธิการ เอ็มแอลเอส ได้ขีดเส้นตายเอาไว้ “วันนี้ เราไม่ได้รับข้อเสนอ เราจะยึดถือตามความปราถนาของ ประธานกรรมาธิการ เราจึงชัดเจนในจุดนี้ว่าจะไม่มีการเจรจาอีกต่อไป”
 
นักธุรกิจมะกัน บอกว่าเขาไม่ได้คุยกับ เบ็คแฮม โดยตรง แต่ได้บอกตัวแทนของนักเตะว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงสัญญายืมตัวให้เป็นการย้ายทีมแบบถาวร และเผยว่าอดีตกัปตันทัพ “สิงโตคำราม” มีเงื่อนไขในสัญญาที่เปิดทางให้เขาโบกมืออำลาทีมไปตอนสิ้นปี
 
“ผมรู้ว่า เดวิด ถูกอารมณ์ครอบงำ แต่ผมไม่คิดว่า มิลาน สนใจเท่าไรที่จะทุ่มเงินที่เราสมควรต้องได้เพื่อชดเชยความเสียหาย เห็นได้ชัดว่ามันมีความเสี่ยงที่เราอาจต้องเสียเขาไปตอนสิ้นปี ความหวังของเรา คือ ทีมทำผลงานให้เขาประหลาดใจ และ เราก็ดีกว่าปีก่อนเยอะมาก”
 
นอกจากนี้ เลเวค กล่าวปิดท้าย ก่อนที่ แกแล็กซี่ จะเปิดฤดูกาล เอ็มแอลเอส ในวันที่ 21 มีนาคม ว่า “การเจรจาจบลงไปแล้ว และ เราก็เดินหน้าต่อไป เราเฝ้ารอที่จะได้เห็น เดวิด กลับมาที่แค้มป์ฝึกซ้อม เราจำเป็นต้องทำผลงานในฤดูกาลนี้ให้ดี และ เราต้องทำผลงานตามความคาดหวังที่สูงกว่านี้ให้ได้”
 
ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง ไบรอัน สแวนสัน หัวหน้าผู้สื่อข่าวกีฬาของ สกาย สปอร์ตส์ นิวส์ เว็บไซต์ดังเมืองผู้ดีเพิ่งรายงานว่า เลเวค ได้บินไปโคโลราโด้ เพื่อพบ ฟิลิป อันส์ชูตซ์ เจ้าของทีม โดยเชื่อว่าเพื่อรอข้อเสนอใหม่ของมิลาน แต่ท้ายที่สุดก็ไม่มีเข้ามา

ที่มา : http://www.siamsport.co.th/Sport_Football/090214_046.html





ขนาดเศรษฐกิจยุโรปยังแย่เลย 14/02/2552

14 02 2009

เศรษฐกิจโลกจนถึงปัจจุบันยังไม่มีทีท่าจะดีขึ้นเลยครับ วันนี้ไปอ่านข่าวก็ยังเจอเรื่องเศรษฐกิจยุโรปที่หดตัว ทั้งๆที่ยุโรปมีประเทศที่เป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอยู่หลายประเทศครับ แสดงว่าเราก็ต้องเตรียมรับมือกับเศรษฐกิจที่จะพบกับกำลังการซื้อที่ลดลงอีกแล้วหละครับ เราลองไปดูข่าวที่ผมเอามาฝากกันดีกว่าครับ

คณะกรรมาธิการยุโรปยอมรับเศรษฐกิจหดตัวต่อเนื่อง เผยไตรมาส4 ปีที่ผ่านมาหดตัวลงกว่า 1.5%

คณะกรรมาธิการยุโรป เผยว่า การหดตัวของเศรษฐกิจรายไตรมาส ในกลุ่มประเทศยุโรปที่ใช้เงินสกุลยูโร ช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 2551 ดิ่งลงเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน

ทั้งนี้ เศรษฐกิจเยอรมนี ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญของเศรษฐกิจยุโรปหดตัวลงถึง 2.1% นับเป็นการหดตัวรายไตรมาสครั้งใหญ่ที่สุดของเยอรมนี นับตั้งแต่มีการรวมเยอรมันตะวันตกและเยอรมันตะวันออกเข้าเป็นชาติเดียวกันเมื่อปี 2533

ขณะที่เศรษฐกิจอิตาลี ก็หดตัวลง 1.8% ส่วนเศรษฐกิจฝรั่งเศส หดตัว 1.2% ส่งผลให้ตัวเลขโดยรวมของ GDP หรือ ผลผลิตมวลรวมภายในประเทศของกลุ่มสหภาพยุโรป 27 ชาติ ซึ่งรวมทั้งอังกฤษ ที่ไม่ได้เงินยูโร หดตัวลงจากไตรมาสที่ 3 ของปีที่แล้ว 1.5%

สหภาพยุโรปเตรียมที่จะจัดการประชุมฉุกเฉินที่กรุงมาดริดของสเปนในเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อหารือแนวทางในการรับมือกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ขณะที่บรรดาชาติสมาชิกอียู บางประเทศเริ่มใช้นโยบายกีดกันทางการค้ากันแล้ว เพื่อคุ้มครองสินค้าในประเทศ

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/home/news/finance/foreign/2009/02/14/news_16342.php





Hack Your Mind Class 12/02/2551

12 02 2009

วันนี้วิทยากรที่มาบรรยายคือดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ครับ ซึ่งอดีตเคยเป็นอาจารย์ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อีกทั้งยังเป็นผู้คิดค้นระบบลงจอดบนดาวอังคารของยานอวกาศไวกิ้ง อีกด้วยครับ โดยในวันนี้ดร.อาจองได้มาพูดเรื่อง การฝึกจิต เพื่อชีวิตที่ยั่งยืน ครับ

สิ่งแรกที่อาจารย์ให้ทำคือลองนึกถึงเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ดู ครับ ซึ่งเมื่อนึกออกมาได้แล้วก็จะพบว่าแต่ละเรื่องนั้นจริงๆสามารถเป็นไปได้ครับ เช่น การบินโดยไม่ใช้เครื่องบิน ก็ให้ใช้แรงที่เรียกว่า Anti-Gravity ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เพิ่งค้นพบครับ สรุปว่าทุกเรื่องนั้นสามารถเป็นไปได้นั้นเองครับ

สิ่งต่างๆที่เราพูดหรือทำ ล้วนเริ่มต้นมาจากจิตภายในของเราครับ คนเรามักจะไปมองหาความสุขข้างนอกกาย ทั้งๆจริงๆแล้วมันเริ่มต้นที่จิตของเรา ทำให้เราไม่ได้พบกับความสุขที่แท้จริง พบเพียงความตื่นเต้นทางอารมณ์ ซึ่งถ้าเราต้องการความสุขที่แท้จริงต้องมาหาที่จิตครับ

ความรู้ต่างๆที่เราร่ำเรียนมา หลายๆครั้งในชีวิตมักไม่ได้ใช้ แต่ความรู้ที่จำเป็นต้องใช้กลับไม่รู้ เช่นบัณฑิตที่ว่ายน้ำไม่เป็น เมื่อเรือล่ม ความรู้ทั้งหลายก็ช่วยอะไรไม่ได้ ตรงกับคำที่ว่า ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด

เวลาเมื่อเราได้รับคำด่า ให้ลองพิจารณาดูว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไร มันเป็นเพียงแค่คลื่นสั่นสะเทือนของอากาศเท่านั้น ไม่สามารถทำให้เราทุกข์ใจได้ ให้เรานึกขอบคุณคนที่ด่าเราว่าสอนให้เราได้ฝึกตนเอง

ทุกวันนี้เราส่วนใหญ่ต่างตกเป็นทาสของประสาทสัมผัสทั้ง 5 เช่นหูเราเรียกร้องอยากจะฟัง MP3 เราก็ต้องหามา ตาเราอยากดูสิ่งสวยงาม เราก็ต้องหามา ซึ่งจริงๆแล้วเราควรพิจารณาให้ดีว่า เราเป็นผู้ใช้ประสาทสัมผัสเหล่านี้ เราไม่ได้เป็นทาสของมัน ต้องรู้จักใช้มันให้เกิดประโยชน์และอย่าให้มันควบคุมเรา

สิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวเรา เรามักจะไม่พอใจอยากจะเปลี่ยนแปลงมัน ซึ่งเป็นเรื่องยาก เรื่องที่ง่ายกว่านั้นคือการเปลี่ยนแปลงตนเองจะดีกว่า

ความคิดของเรานั้นเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์ และก่อให้เกิดโทษได้เช่นกัน เมื่อเราใช้มัน มันก็จะเกิดประโยชน์ทำให้เราสามารถทำสิ่งต่างๆได้ แต่ถ้าเราไม่ใช้มัน มันก็จะกลับมาทำร้ายเรา ทำให้เราฟุ้งซ่าน ดังนั้นเราจึงต้องรู้จักวิธีการจัดการกับมันให้ดี

เราควรดำรงชีวิต ด้วยการเจริญศีล สมาธิและปัญญา อยู่เสมอ ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง และมีสติ ในอนาคตเราจะต้องพบเจอกับปัญหาหลายอย่างเกี่ยวกับโลกของเรา น้ำจะท่วมกรุงเทพ และประเทศอื่นๆ บางประเทศจะจมหายไป แผ่นดินไหวบางที่อาจรุนแรง แต่ถือว่าประเทศไทยโชคดีเพราะไม่เกิดอะไรร้ายแรงมากนัก

สำหรับวันนี้ก็ได้ทั้งความรู้และข้อคิดอย่างมากครับ เรียกได้ว่าเป็นความรู้ที่ล้ำค่ามากๆ ต้องขอบคุณทั้งอาจารย์อาจองและอาจารย์ธงชัยมากๆเลยครับ