กรีนเทคโนโลยี

8 12 2008

ช่วงหลังๆมานี้พวกอุปกรณ์ต่างๆที่วางขายกันตามท้องตลาดมักจะเน้นเรื่องการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกันมาก โดยเฉพาะ Hardware ของ Computer ซึ่งปัจจุบันมักจะลดปริมาณสารที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมลง แล้วก็อาศัยจุดนี้เป็นจุดขาย ซึ่งเบื้องหลังก็ไม่รู้ว่าไอที่ทำไปมันจะช่วยสิ่งแวดล้อมได้มากแค่ไหน และผู้ขายนั้นจริงจังกับเรื่องนี้แค่ไหน

วันนี้ผมได้ไปอ่านเจอบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้พอดีเลยนำมาฝากไว้ครับ ลองอ่านกันดูได้นะครับ

กรีนเทคโนโลยี แค่จุดขายทางการตลาด 

ปัจจุบัน ถึงแม้บรรดาผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่มักจะหยิบยกประเด็น “สิ่งแวดล้อม” มาใช้เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดมากขึ้น เรียกว่า อะไรก็ต้องกรีนเทคโนโลยีทั้งสิ้น แต่จากการจัดอันดับผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สีเขียวฉบับที่ 10 ของกรีนพีซพบว่า ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ยังไม่จริงจังต่อการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างแท้จริง
       
       เนื้อหาของรายงานดังกล่าวระบุว่า นับตั้งแต่ที่มีการจัดอันดับเป็นครั้งแรกในปี 2549 ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ได้พัฒนาก้าวหน้าไปมาก โดยเฉพาะด้านการลดใช้สารเคมีอันตรายในผลิตภัณฑ์และการรับผิดชอบต่อขยะอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ตาม การพัฒนายังไม่ครอบคลุมถึงประเด็นด้านพลังงาน แม้ผู้ผลิตเหล่านี้ล้วนมีศักยภาพที่จะช่วยแก้วิกฤตปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ รวมถึงการผลักดันรัฐบาลเพื่อเป็นผู้นำแก้ปัญหา มีผู้ผลิตเพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่ลงมือกระทำการดังกล่าวอย่างแท้จริง โดยโมโตโรล่า เดลล์ แอปเปิล เลอโนโว ซัมซุง นินเทนโดและแอลจี เป็นกลุ่มผู้ผลิตที่ยังไม่มีแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิต รวมถึงขาดการตั้งเป้าหมายในการปฏิบัติและมีส่วนช่วยแก้ปัญหาที่ชัดเจน
       
        การเป็นผู้ผลิตสีเขียวอย่างแท้จริงนั้น ผู้ผลิตต้องให้ความสำคัญกับทุกประเด็น คือทั้งด้านพลังงาน สารพิษ และการรีไซเคิล ทั้งนี้ เพื่อที่จะก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำ (Low carbon economy) กรีนพีซจึงผนวกการประเมินผู้ผลิตในด้านพลังงานโดยดูจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ประสิทธิภาพการใช้พลังงานของผลิตภัณฑ์ การใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาด และการสนับสนุนหรือผลักดันภาครัฐให้เป็นผู้นำในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
       
       จากการจัดอันดับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สีเขียวจำนวน 18 แบรนด์พบว่า ผู้ผลิต 9 แบรนด์ได้รับคะแนนเกินกว่าครึ่ง หรือ 5 ใน 10 คะแนน ผู้ผลิตส่วนใหญ่ได้คะแนนจากหลักเกณฑ์ประสิทธิภาพการใช้พลังงานของผลิตภัณฑ์ มีเพียงฟูจิตสึ-ซีเมนส์ ฟิลิปส์และชาร์ปเท่านั้นที่ได้รับคะแนนจากการสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณที่มากเพียงพอ และมีเพียงฟิลิปส์และเอชพีที่ได้คะแนนสูงสุดจากการให้คำมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตทั้งระบบ และพบว่า ผู้ผลิตส่วนใหญ่ไม่ใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นพลังงานในการผลิต แม้ว่าผู้ผลิตบางรายเป็นผู้ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์เองก็ตาม โดยมีเพียงโนเกียซึ่งเป็นอันดับหนึ่งที่สามารถจัดหาพลังงานหมุนเวียนเป็นพลังงานในการผลิตได้มากกว่า 25% และมีแผนที่จะจัดหาเพิ่มเป็น 50% ให้ได้ภายในปี 2553
       
       ในทางกลับกัน ผู้ผลิตที่โดดเด่นในเกณฑ์ด้านพลังงานกลับทำได้ไม่ดีในเกณฑ์ด้านสารพิษในผลิตภัณฑ์และความรับผิดชอบต่อขยะอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ฟิลิปส์ ซึ่งต่อต้านนโยบายความรับผิดชอบของผู้ผลิตแต่ละรายที่มุ่งให้ผู้ผลิตเก็บรวบรวมผลิตภัณฑ์ของตนเมื่อเสื่อมสภาพแล้วนำไปรีไซเคิลรวมถึงออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ส่วนเอชพีไม่มีผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่ปลอดจากสารเคมีอันตรายวางขายในตลาด แม้กระทั่งแผนที่จะหยุดใช้สารเคมีอันตราย ในขณะที่ผู้ผลิตหลายรายเริ่มพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าผลิตภัณฑ์ที่ปลอดสารเคมีอันตรายสามารถผลิตได้จริง เช่น ผลิตภัณฑ์บางรุ่นจากโนเกีย โซนี-อีริคสัน โตชิบา ฟูจิตสึ-ซีเมนส์ ชาร์ปและแอปเปิล
       
       บริษัทที่มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในการจัดอันดับฉบับล่าสุด ประกอบด้วย โมโตโรล่า กระโดดจากอันดับที่ 15 มาเป็นที่ 7 โตชิบาขึ้นจากอันดับที่ 7 มาเป็นที่ 3 และชาร์ปขึ้นจากอันดับที่ 16 มาเป็นที่ 10 และผู้ผลิตที่มีอันดับลดลงส่วนมากเป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ เช่น เอเซอร์ เดลล์ เอชพีและแอปเปิล
       
       อย่างไรก็ตาม แอปเปิล ได้คะแนนเพิ่มจากการแจ้งข้อมูลการปล่อยคาร์บอนจากการใช้ผลิตภัณฑ์ของตน และผลิตภัณฑ์ไอพ็อดรุ่นใหม่ปลอดจากสารเคมีอันตราย พีวีซี และสารหน่วงไฟโบรมีน
       
       “กรีนพีซเรียกร้องให้ผู้ผลิตทุกรายพยายามลดและยกเลิกการใช้สารเคมีอันตรายและรับผลิตภัณฑ์ของตนกลับไปรีไซเคิล พร้อมทั้งนำหลักเกณฑ์ด้านพลังงานไปปฏิบัติ” พลาย ภิรมย์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว
       
       และที่สำคัญ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์จะเป็นสีเขียวได้จริง ผู้ผลิตทุกรายต้องไม่หยุดเพียงแค่ปฏิบัติตามข้อบังคับขั้นต่ำของกฎหมาย แต่จะต้องพัฒนาให้อุตสาหกรรมไม่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริงและต่อเนื่อง

ที่มา : http://www.manager.co.th/mgrWeekly/ViewNews.aspx?NewsID=9510000140489


คำสั่งกระทำ

Information

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s




%d bloggers like this: