ทำงาน ทั้งๆที่อ่านไม่ทัน 20/09/2551

20 09 2008

วันนี้ไปทำงานตัวแทนนิสิตครับ โดยไปช่วยเป็นฝ่ายปฏิคมของงานวันทรงดนตรี ที่หอประชุมจุฬาฯ

อยากจะบอกว่าอ่านหนังสือไม่ทันอย่างแรงมากๆครับ เพราะว่าทำงานนู้นนี้เต็มไปหมด ไม่รู้ว่าจะทำไงดี สุดท้ายคงต้องไปสู้กันทั้งๆงี้แหละครับ เอาเว้ย

เดี๋ยวต้องรีบไปอ่านหนังสือต่อแล้ววววว





ในที่สุดก็ได้เริ่มอ่านซักที 16/09/2551

16 09 2008

ในที่สุดวันนี้ก็เป็นวันดีที่ผมจะได้เริ่มอ่านหนังสือสอบซักที หลังจากเมื่อวานไปปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตัวแทนนิสิตมาอีกครับ(เรียกซะเท่ 555)

สรุปว่ามีงานทุกวัน จนไม่ได้อ่านหนังสือ กะว่าวันนี้ต้องอ่านให้ได้เยอะๆ ไม่งั้นจะแย่ เพราะว่ายังมีงานอีกหลายงานที่ยังไม่เสร็จและต้องส่งภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งสัปดาห์หน้าผมต้องสอบแล้วว

สัปดาห์หน้ายังดีว่าสอบจันทร์ พุธ ศุกร์ ทำให้ยังมีเวลาได้อ่านหนังสือเพิ่มอีกบ้าง แล้วสอบวิชาสุดท้ายก็นู้น 7 ตุลาคม ซึ่งก็เว้นนานไปหน่อย เหอๆ

เอาเป็นว่าต้องอ่านแล้วครับ ไม่งั้นจะแย่





แต่งงานกันเยอะจริงๆ 14/09/2551

14 09 2008

วันนี้ผมไปงานแต่งงานของญาติมาครับ ซึ่งเดือนที่แล้วก็เพิ่งไปงานแต่งงานของญาติอีกคนมา พอผมได้คุยกับเพื่อนๆและญาติๆก็พบว่าพวกเค้าก็ไปงานแต่งงานอื่นๆอีกในช่วงนี้ สงสัยช่วงนี้ฤกษ์ดี คนแต่งงานกันเยอะเลย (แต่ทำไมบ้านเมืองยังคงวุ่นวายอยู่ 555)

งานนี้ผมไปช่วยเค้ารับแขก พาแขกไปส่งโต๊ะ กว่าจะได้กินข้าวก็ค่ำๆนู้นแหละครับ หิวท้องร้องเลย 555

ระหว่างกินก็นั่งฟังญาติอีกคนเล่าเรื่องต่างๆที่เพื่อนของเขาไปเจอมา ซึ่งผมไม่ขอเล่าตรงนี้ละกันนะครับ ถ้าได้ฟังแล้วคงรู้สึกว่าเมืองไทยน่ากลัวขึ้นอีกเยอะ เอาเป็นว่าอย่าไว้ใจใครง่ายๆนะครับ

กว่าจะได้กลับบ้านก็ดึกมาก เพราะต้องช่วยเก็บงานนู้นนี่

แล้วผมจะได้อ่านหนังสือเมื่อไรเนี่ยยยย :’(





งานเข้าแล้ววว 13/09/2551

13 09 2008

วันนี้มีงานด่วนเข้ามาครับ คือวันจันทร์จะต้องไปงานอะไรซักอย่างซึ่งน่าจะมีการรับเสด็จที่เซนทรัลเวิร์ลด์ กลุ่มตัวแทนนิสิตเลยจะต้องไปร่วมงานด้วยครับ

วันนี้กลุ่มตัวแทนนิสิตเลยมีการนัดกันไปซื้อชุดนิสิตใหม่ เนื่องจากชุดนิสิตเดิม ยังมีการผิดระเบียบอยู่ อีกทั้งสีของชุดนิสิตยังไม่เท่ากัน ทำให้เวลาถ่ายรูปออกมาจะไม่สวย เลยต้องมีการไปซื้อใหม่ให้เป็นแบบเดียวกันทั้งหมด

นัดเจอกันบ่ายโมงที่ร้านมณนมสด นั่งคุยๆกันนิดหน่อย พอคนมาครบ ก็เริ่มไปซื้อชุดนิสิตที่29พลาซ่า ตรงข้ามมาบุญครอง ซึ่งก็ปรากฏว่าทุกคนได้เสื้อที่พอดีตัวกันหมดยกเว้นผม – -”

ร้านที่ไปซื้อนั้น ผมใส่ไซส์ L แล้วปรากฏว่ามันรัดมากๆ เลยต้องใส่ XL ทั้งๆที่มันใหญ่มากๆ ก็กลายเป็นว่าโคร่งสุดๆ เหมือนยืมเสื้อพ่อมาใส่เลยครับ – -”

กว่าจะซื้อครบ ก็ปรากฏว่าเวลาก็ล่วงเลยมามากแล้ว ทำให้เวลาอ่านหนังสือที่มีอยู่ก็น้อยลงไปอีก แล้วผมก็ยังไม่ได้เริ่มอ่านอีกด้วย งานเข้าแล้วไง! :’(





CU Coronet First Meeting! 11/09/2551

11 09 2008

วันนี้เป็นวันแรกที่ผมได้พบหน้ากับเพื่อนๆกลุ่มตัวแทนนิสิตรุ่นที่65 ที่ผ่านเข้ารอบมาด้วยกัน และได้พบกับกลุ่มตัวแทนนิสิตรุ่นพี่อีกด้วย

รุ่นพี่ก็ได้ให้คำแนะนำในการแต่งตัว บุคลิก การวางตัวต่างๆ มากมาย ซึ่งแต่ละอย่างก็ไม่ใช่เรื่องง่าย และอีกอย่าง เราต้องอดทนให้ได้นานถึง 1-2 ปี เพราะต่อไปจะเริ่มมีคนจำเราได้ ถ้าเราทำไม่ดี ก็จะทำให้เสียชื่อไปถึงสถาบันด้วย

นอกจากนี้กิจกรรมที่จะตามมาก็จะมีอีกมาก ทุกคนก็ต้องพร้อมจะเสียสละเวลา และ แรงกายแรงใจ มาช่วยงานเพื่อให้งานประสบผลสำเร็จ

หลังจากพูดคุยกัน ฟังสิ่งที่พี่ๆได้สอนมาซักพัก พวกเราก็ได้ไปกินข้าวกันที่ร้านจอนนี่ ตรงแถวสามย่าน ข้างๆหอยูเซ็นเตอร์ ซึ่งก็ทำให้ได้พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

ถึงตอนนี้ก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดีจริงๆครับ ที่ได้มีโอกาสเข้ามาทำงานตรงนี้ และหวังว่าตัวผมเองจะเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มตัวแทนนิสิตไม่มากก็น้อยครับ :D





ดีใจจังเลย เย้ 08/09/2551

8 09 2008

วันนี้ตอนสายๆ ตื่นมาด้วยความงง และพบว่ามี Missed Call เยอะมาก ซึ่งคนที่โทรมาก็คือ เจ ซึ่งเป็นผู้อัญเชิญพระเกี้ยวปีที่แล้ว

ผมโทรกลับ ทั้งๆที่ยังมึนๆอยู่ มาถึงตอนนี้ผมก็จำการสนทนาได้แค่คร่าวๆเท่านั้น(เพราะตอนนั้นมึนๆ) ก็ประมาณนี้ครับ

เจ: โบ๊ทท ทำไมเมื่อคืนไม่ยอมรับสาย เสียดายแทนมากๆเลย จริงๆแล้ว โบ๊ท มีคะแนนติด 1 ใน 5 ที่จะได้อยู่ในกลุ่มตัวแทนนิสิตนะ แต่ว่าเมื่อคืนเค้ามีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องทัศนคติของโบ๊ทอะ แต่เลยอยากจะถาม แต่ว่าโบ๊ทไม่ยอมรับสาย โบ๊ทเลยไม่ติดเลยอะ
โบ๊ท: อ่าวหรอ แหะๆ เมื่อคืนเราหลับไปแล้วอะ แล้วแบบว่าเรานอนห้องเดียวกับน้อง เลยปิดเสียง ขอโทษจริงๆ เจ
เจ: แล้วโบ๊ทคิดจะทำไงหละเนี่ย
โบ๊ท: ก็กลับไปแก้ตัวคงไม่ได้แล้วหนิ ก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง เหอๆ
เจ: แล้วถ้าโบ๊ทได้ตอบโบ๊ทจะตอบว่าอะไรหละ เกี่ยวกับคำถามที่ว่า (คำถามๆๆๆ)
โบ๊ท : (ตอบๆๆ)
เจ: อืม เสียดายจริงๆเลยเนอะ
โบ๊ท:อืมม ใช่ ขอบคุณมากนะเจ งั้นแค่นี้ก่อนนะ
เจ:เดี๋ยวๆๆๆๆๆ โบ๊ทเชื่อด้วยหรอ
โบ๊ท: ……
เจ: ยินดีด้วยน้า โบ๊ทได้เป็นหนึ่งในกลุ่มตัวแทนนิสิตรุ่นที่ 65 แล้ว
……

สรุปว่า โดนอำมาตั้งนานครับ แต่ก็เป็นข่าวดีมากๆเลย ดีใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มตัวแทนนิสิตครับ แม้ว่าผมจะเคยทำงานมามากมายแล้ว แต่งานประเภทนี้เป็นเรื่องใหม่สำหรับผม หวังว่าผมคงจะได้เรียนรู้อะไรอีกมากมาย และได้ทำประโยชน์ให้จุฬาฯของพวกเราด้วยครับ :D





จะหยุดเรียนกันจริงอ๊ะป่าววว 07/09/2551

7 09 2008

เห็นมีข่าวลือกันให้หนาหูว่าวันที่ 9 กันยายน จะมีการประท้วงโดยจะหยุดเรียนกัน เอาไงกันละเนี่ยย

ช่วงนี้สถานการณ์บ้านเมืองลุ่มๆดอนๆ ใครทำการค้าแบบบ้านผมคงรับศึกหนักกันซะหน่อย

เห็นที่จุฬาก็มีอาจารย์หลายท่านที่พยายามล่ารายชื่อเพื่อกดดันให้รัฐบาลลาออก เห็นหลายคณะเริ่มออกหนังสือในนามคณะ ซึ่งผมได้ลองสอบถามเพื่อนนิสิตหลายๆคนดูก็พบว่า จริงๆก็เป็นเพียงความเห็นของอาจารย์กลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่เค้าออกหนังสือในนามคณะจึงทำให้จุฬาดูเหมือนจะสนับสนุนพันธมิตร แล้วยิ่งมีข่าวนิสิตจุฬาไปรวมกลุ่มพันธมิตรด้วย จุฬาเลยยิ่งดูเป็นพันธมิตรเข้าไปใหญ่

ผมเองไม่สนับสนุนฝ่ายใดอยู่แล้วครับ เพราะเห็นว่าผิดทั้งคู่ การล้มแค่ฝ่ายเดียวก็จะทำให้อีกฝ่ายมีอำนาจขึ้นมามากทันที ผมจึงไม่เห็นด้วยกับการให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะ

แต่จริงๆแล้วการให้รัฐบาลลาออกนั้น อย่างที่ผมเคยบอกไว้ว่ามันจะสร้างปัญหาในอนาคตได้ เพราะมันทำให้พันธมิตรที่ทำผิดในหลายเรื่องกลายเป็นถูก แต่ตอนนี้ผมว่าเศรษฐกิจมันเริ่มบอบช้ำมากๆ เจ็บจนทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน การให้รัฐบาลลาออกก็เหมือนฉีดยาชา ตอนนี้มันเจ็บเหมือนเกือบถึงขีดสุดแล้ว ถ้าไม่รีบฉีดยาชา พวกเราอาจจะขาดใจตายก่อนก็ได้ ในใจก็เลยคิดว่าไหนๆถ้าให้ทั้งสองฝ่ายเลิกพร้อมกันไม่ได้ ก็ให้รัฐบาลลาออกก่อนละกัน แล้วเดี๋ยวพอเกิดปัญหาขึ้นมาใหม่ แล้วก็ค่อยตามแก้ (เข้าวงจรเดิม) เพราะถ้ากะจะแก้ให้หมดทีเดียว คนป่วยอาจทนพิษบาดแผลไม่ไหว จนตายก่อนก็ได้

เห้ออ ใครจะเห็นด้วยกับผมบ้างหนอ





ทางออกที่ไม่มีใครยอมทำ 04/09/2551

4 09 2008

วันก่อนผมนั่งฟังคุณสรยุทธ์สัมภาษณ์อาจารย์ท่านหนึ่งซึ่งผมฟังไม่ทันว่าท่านเป็นใคร ท่านได้เสนอทางออกที่น่าสนใจมากๆ ผมฟังแล้วรู้สึกได้ว่าท่านเป็นกลางอย่างมาก

ท่านเสนอไว้ว่า ให้พันธมิตรยุติการชุมนุมก่อน และ รัฐบาลค่อยยุบสภาไป

เหตุผลเพราะว่า ตอนนี้พันธมิตรกำลังทำลายระบอบประชาธิปไตยด้วยการนำเสียงเพียงส่วนหนึ่งมาพยายามโค่นล้มเสียงจากการเลือกตั้ง ซึ่งต่อไป ไม่ว่าใครจะได้รับเลือกเป็นรัฐบาล ถ้ามีคนไม่พอใจอีก ก็จะมาโค่นล้มกัน ไม่รู้จักจบสิ้นอีก การเลือกตั้งก็จะไม่มีความหมาย เสถียรภาพของชาติก็จะไม่เกิดขึ้น

ส่วนรัฐบาล ถ้าพันธมิตรยอมยุติแล้ว รัฐบาลก็ต้องยุบสภาทันที เพื่อให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจว่าใครที่จะเหมาะสมมาเป็นรัฐบาล เพราะตอนนี้ประชาชนจำนวนมากไม่พอใจในการบริหารบ้านเมืองของรัฐบาลชุดนี้ อีกทั้งยังมีคดียุบพรรคที่กำลังจะโดนตัดสินอยู่อีก การทำงานก็ไม่ค่อยจะโปร่งใส ก็ควรจะออกไปไม่ควรจะฝืนอยู่อย่างนี้

ผมเห็นด้วยกับวิธีนี้เป็นอย่างมากครับ แต่ปัญหามันก็มีเยอะ

1.พันธมิตรไม่ยอมเลิกก่อนอยู่แล้ว เพราะเค้าประกาศไว้แล้ว ว่าจะไล่รัฐบาลให้ได้ก่อน จึงจะหยุดชุมนุม
2.ไม่มีใครแน่ใจว่าถ้าพันธมิตรหยุดชุมนุมไปแล้ว รัฐบาลจะลาออกอย่างที่ตกลงกันไว้หรือไม่ ถ้ายื้อต่อ เรื่องก็จะยิ่งบานปลาย

ทางออกนี้ดูท่าจะไม่มีใครยอมทำแน่ครับ แต่ผมอยากให้ทำจัง จะได้จบๆไปเสียที





ชักจะไปกันใหญ่แล้ว! 03/09/2551

3 09 2008

ช่วงนีผมอาจจะอินเรื่องการเมืองเป็นพิเศษ เพราะว่า ผมรู้สึกว่าผมได้รับผลกระทบจากเรื่องปัญหาการเมืองมากๆ และยังมองไม่เห็นทางออกเสียที

วันนี้สถานการณ์เศรษฐกิจบ้านเมืองเราดูย่ำแย่ลงไปอีก !

หุ้นตก 9 จุดกว่าๆ อีกทั้งหุ้นกลุ่มพลังงาน แทบจะทรุดหนักที่สุดในรอบปี

วันนี้หุ้น ptt และหุ้น top ซึ่งเป็นหุ้นกลุ่มพลังงานที่มี market cap ขนาดใหญ่ ขึ้นเครื่องหมาย XD ซึ่งนั้นหมายความว่าผู้ซื้อหุ้นจะไม่ได้รับเงินปันผล ซึ่งผมเองก็ยังไม่ได้ติดตามข่าวว่าทำไมถึงขึ้น XD

ช่วงนี้หุ้นน้ำมันคงลงแรงหน่อย เพราะราคาน้ำมันดิบโลกลงอย่างหนัก จนราคาเกือบเท่าตอนต้นปีแล้ววว อีกทั้งเศรษฐกิจบ้านเราก็ยิ่งย่ำแย่ ฝรั่งหนี เงินบาทอ่อนตัว ใครถือหุ้นกลุ่มนี้ไว้ จะขายก็เสียดายที่จะขาดทุน จะกอดก็กลัวจะขาดทุนหนักขึ้นไปอีก

ตอนนี้แค่อยากจะวิงวอนผู้ใหญ่ทั้งสองฟากให้รู้จักเสียสละเพื่อบ้านเมืองกันซะบ้าง คนเจ็บหนักจากพิษการเมืองครั้งนี้เต็มบ้านเมืองไปหมดแล้ว!!!





บ้านเมืองของเราจะอยู่ได้อย่างไร 02/09/2551

2 09 2008

ตอนนี้พรก.สถานการณ์ฉุกเฉินก็ได้ถูกนำมาใช้แล้ว สถานการณ์ของบ้านเมืองเรากำลังย่ำแย่ลงทุกที

หลายๆคนที่ทำธุรกิจหรือค้าขายน่าจะได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย ที่บ้านผมเอง ก็ยังพบว่ายอดขายตกอย่างมาก ทุกบริษัท ตั้งแต่พันธมิตรฯเริ่มมาชุมนุม

หุ้นวันนี้ก็ตกอย่างแรงมาก ชาวต่างชาติก็รีบเดินทางกลับประเทศหนีเพราะกลัวว่าชีวิตจะไม่ปลอดภัย สถาบันการเงินเทขายหุ้นหนีตาย แถมเงินบาทก็โดนเทขายไปด้วย เงินบาทเลยอ่อนหนักลงมาอีก

ถึงตอนนี้ผมเริ่มมีความรู้สึกไม่พอใจทั้งฝ่ายพันธมิตรและฝ่ายรัฐบาลเป็นอย่างมาก

แต่เดิม กลุ่มพันธมิตรเคยทำให้ผู้คนได้ตื่นตัวสนใจการเมือง และช่วยกันจับตามองรัฐบาลที่ฉ้อโกงมากขึ้น แต่มาปัจจุบัน การปราศรัยที่ปลุกเร้า และใช้ถ้อยคำรุนแรง ยั่วยุให้เกิดอารมณ์ ทำให้ภาพพจน์ของพันธมิตรในสายตาผมดูแย่มาก อีกทั้ง การที่ต้องการเอาชนะและทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน โดยการบุกยึดสื่อ และ ขู่จะตัดน้ำตัดไฟ อีกทั้งยังเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่คอยบริการสาธารณะ ช่วยกันหยุดงานประท้วงอีก เพื่อให้ได้ชัยชนะตามความพึงพอใจของตน เอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง ทำให้ตอนนี้ในสายตาผม พันธมิตร เปลี่ยนจาก “Hero” เป็น “ผู้ร้าย” อย่างชัดเจนแล้ว

ส่วนรัฐบาลก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเลย สนับสนุนม็อบฝั่งตรงข้าม แทรกแซงสื่อ คอรัปชั่น โกงกินบ้านเมือง รัฐมนตรีแต่ละคนก็เป็นนอมินีจากนักการเมืองเก่าๆทั้งนั้น อีกทั้งนายกรัฐมนตรี ยังมีกิริยาและวาจาที่ไม่สุภาพ วันๆเที่ยวแต่ด่าว่าคนอื่น พูดกลับไปกลับมา เวลาประชุมก็ นั่งพับกระดาษบ้าง เอาปากกามาแคะฟันบ้าง ช่างเป็นสิ่งที่ผู้นำประเทศไม่น่าทำจริงๆ

ถึงตอนนี้ผมก็ยังสงสัยครับ ว่า ถ้าบ้านเมืองเรามีกลุ่มแกนนำทั้งสองเป็นเช่นนี้ แล้ว บ้านเมืองเราจะอยู่ได้อย่างไรครับ