ทำงาน ทั้งๆที่อ่านไม่ทัน 20/09/2551

20 09 2008

วันนี้ไปทำงานตัวแทนนิสิตครับ โดยไปช่วยเป็นฝ่ายปฏิคมของงานวันทรงดนตรี ที่หอประชุมจุฬาฯ

อยากจะบอกว่าอ่านหนังสือไม่ทันอย่างแรงมากๆครับ เพราะว่าทำงานนู้นนี้เต็มไปหมด ไม่รู้ว่าจะทำไงดี สุดท้ายคงต้องไปสู้กันทั้งๆงี้แหละครับ เอาเว้ย

เดี๋ยวต้องรีบไปอ่านหนังสือต่อแล้ววววว





Creativity Class (The Last!) 19/09/2551

19 09 2008

ชั่วโมงนี้ก็เป็นชั่วโมงสุดท้ายของการเรียนวิชา Creativity แล้วนะครับ

วันนี้อาจารย์ได้พูดถึงความผิดพลาดของกูรูทั้งหลาย ที่เป็น Expert ในด้านต่างๆ ซึ่งก็พบว่าผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้นต่างเคยพูดอะไรที่ผิดอย่างน่าขันสู่สาธารณะมาแล้ว ไม่เว้นแม้แต่บิล เกตส์ อัครอภิมหามหึมาเศรษฐี แห่งยุคปัจจุบัน ก็เคยหน้าแตกมาแล้ว

ต่อมาได้ดูตัวอย่างหนังเรื่อง Space Odyssey ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการส่งมนุษย์ไปดาวพฤหัสบดี พบว่าเป็นหนังที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยผู้แต่งเรื่องนี้มีชื่อว่า Arthur C. Clarke ซึ่งท่านนี้ก็ได้ตั้งกฏ 3 ข้อที่น่าสนใจมากๆเช่นกัน โดยสรุปกฎทั้ง3ข้อนั้นได้ว่า ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้

หลังจากนั้นก็ได้ไปลองเล่นเกมให้วาดภาพจากสิ่งที่เพื่อนไปดูมา ก็สนุกมากๆครับ อธิบายกันทียาวมากๆ ทั้งที่ภาพนิดเดียว อย่างที่เค้าว่าจริงๆครับว่าภาพ1ภาพแทนคำนับล้าน 555

นอกจากนี้อาจารย์ยังสอน การโยน juggling ท่า shoot the moon อีกด้วย ซึ่งไม่ยากมากครับ

และแล้ว ในที่สุด คาบสุดท้ายก็จบลง สิ่งที่ได้เรียนรู้จากวิชานี้มีมากมายเหลือเกิน ไว้เจอกันใหม่เทอมหน้าแน่นอนนะ HACK YOUR MIND !!!





พัฒนาสมองด้วยการหายใจ 18/09/2551

18 09 2008

วันนี้เทคนิคที่ผมมานำเสนอก็ง่ายๆอีกเช่นเคยครับ แต่เชื่อว่ามีประสิทธิภาพแน่นอนครับ

จากการวิจัยของมหาวิทยาลัยโคกอีแหลว(555 จำชื่อไม่ได้ครับ) พบว่าการหายใจของคนทั่วไปนั้น หายใจไม่เต็มปอดทำให้ ร่างกายในบางครั้งได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ จึงทำให้เกิดอาการง่วง หัวตื้อ โดยเฉพาะระหว่างการทำงาน ในระยะยาวนั้นการที่สมองได้รับออกซิเจนน้อยก็อาจทำให้สมองฝ่อลงได้ครับ

วิธีที่จะช่วยได้ก็คือ ให้หาที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์เช่นใต้ต้นไม้ในสวน ออกไปสูดอากาศให้เต็มๆปอดซัก10ครั้ง ครับ ทั้งความเครียด ความง่วงก็จะหายไป ที่สำคัญสมองจะได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพออีกด้วยครับ

ลองไปทำกันดูนะครับ ;)





ในที่สุดก็ได้เริ่มอ่านซักที 16/09/2551

16 09 2008

ในที่สุดวันนี้ก็เป็นวันดีที่ผมจะได้เริ่มอ่านหนังสือสอบซักที หลังจากเมื่อวานไปปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตัวแทนนิสิตมาอีกครับ(เรียกซะเท่ 555)

สรุปว่ามีงานทุกวัน จนไม่ได้อ่านหนังสือ กะว่าวันนี้ต้องอ่านให้ได้เยอะๆ ไม่งั้นจะแย่ เพราะว่ายังมีงานอีกหลายงานที่ยังไม่เสร็จและต้องส่งภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งสัปดาห์หน้าผมต้องสอบแล้วว

สัปดาห์หน้ายังดีว่าสอบจันทร์ พุธ ศุกร์ ทำให้ยังมีเวลาได้อ่านหนังสือเพิ่มอีกบ้าง แล้วสอบวิชาสุดท้ายก็นู้น 7 ตุลาคม ซึ่งก็เว้นนานไปหน่อย เหอๆ

เอาเป็นว่าต้องอ่านแล้วครับ ไม่งั้นจะแย่





แต่งงานกันเยอะจริงๆ 14/09/2551

14 09 2008

วันนี้ผมไปงานแต่งงานของญาติมาครับ ซึ่งเดือนที่แล้วก็เพิ่งไปงานแต่งงานของญาติอีกคนมา พอผมได้คุยกับเพื่อนๆและญาติๆก็พบว่าพวกเค้าก็ไปงานแต่งงานอื่นๆอีกในช่วงนี้ สงสัยช่วงนี้ฤกษ์ดี คนแต่งงานกันเยอะเลย (แต่ทำไมบ้านเมืองยังคงวุ่นวายอยู่ 555)

งานนี้ผมไปช่วยเค้ารับแขก พาแขกไปส่งโต๊ะ กว่าจะได้กินข้าวก็ค่ำๆนู้นแหละครับ หิวท้องร้องเลย 555

ระหว่างกินก็นั่งฟังญาติอีกคนเล่าเรื่องต่างๆที่เพื่อนของเขาไปเจอมา ซึ่งผมไม่ขอเล่าตรงนี้ละกันนะครับ ถ้าได้ฟังแล้วคงรู้สึกว่าเมืองไทยน่ากลัวขึ้นอีกเยอะ เอาเป็นว่าอย่าไว้ใจใครง่ายๆนะครับ

กว่าจะได้กลับบ้านก็ดึกมาก เพราะต้องช่วยเก็บงานนู้นนี่

แล้วผมจะได้อ่านหนังสือเมื่อไรเนี่ยยยย :’(





งานเข้าแล้ววว 13/09/2551

13 09 2008

วันนี้มีงานด่วนเข้ามาครับ คือวันจันทร์จะต้องไปงานอะไรซักอย่างซึ่งน่าจะมีการรับเสด็จที่เซนทรัลเวิร์ลด์ กลุ่มตัวแทนนิสิตเลยจะต้องไปร่วมงานด้วยครับ

วันนี้กลุ่มตัวแทนนิสิตเลยมีการนัดกันไปซื้อชุดนิสิตใหม่ เนื่องจากชุดนิสิตเดิม ยังมีการผิดระเบียบอยู่ อีกทั้งสีของชุดนิสิตยังไม่เท่ากัน ทำให้เวลาถ่ายรูปออกมาจะไม่สวย เลยต้องมีการไปซื้อใหม่ให้เป็นแบบเดียวกันทั้งหมด

นัดเจอกันบ่ายโมงที่ร้านมณนมสด นั่งคุยๆกันนิดหน่อย พอคนมาครบ ก็เริ่มไปซื้อชุดนิสิตที่29พลาซ่า ตรงข้ามมาบุญครอง ซึ่งก็ปรากฏว่าทุกคนได้เสื้อที่พอดีตัวกันหมดยกเว้นผม – -”

ร้านที่ไปซื้อนั้น ผมใส่ไซส์ L แล้วปรากฏว่ามันรัดมากๆ เลยต้องใส่ XL ทั้งๆที่มันใหญ่มากๆ ก็กลายเป็นว่าโคร่งสุดๆ เหมือนยืมเสื้อพ่อมาใส่เลยครับ – -”

กว่าจะซื้อครบ ก็ปรากฏว่าเวลาก็ล่วงเลยมามากแล้ว ทำให้เวลาอ่านหนังสือที่มีอยู่ก็น้อยลงไปอีก แล้วผมก็ยังไม่ได้เริ่มอ่านอีกด้วย งานเข้าแล้วไง! :’(





Creativity Class 12/09/2551

12 09 2008

วันนี้ได้มีวิทยากรมาให้ความรู้อีก 3 ท่าน โดยมี 2 ท่านที่เคยมาให้ความรู้ก่อนหน้านี้แล้วคือ คุณศณพงษ์และคุณพลศักดิ์ ส่วนอีกท่านเพิ่งมาเป็นครั้งแรกคือคุณธนชัย

ท่านแรกที่ได้ออกมาพูดคือคุณธนชัย ซึ่งท่านได้ออกมาเล่าประสบการณ์การทำงาน และสิ่งที่ท่านทำอยู่ปัจจุบันคือ ดึงความออกซิเจนออกจากพืชผักผลไม้ ต่างๆ ซึ่งผลที่ออกมาจะคล้ายการอบแห้ง เก็บได้ยาวนานมาก และคุณค่ายังอยู่ครบ เป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรได้เป็นอย่างมาก

ท่านต่อมาคุณศณพงษ์ได้ออกมาเล่าเกี่ยวกับเรื่องความคิดเชิงนวัตกรรม โดยเฉพาะเกมส์ นอกจากนี้ท่านยังได้ให้ดูภาพของอุปกรณ์แปลกๆต่างๆ ซึ่งน่าสนใจเป็นอย่างมาก

ท่านสุดท้ายคือ คุณพลศักดิ์ ซึ่งได้ออกมาบรรยายเรื่องเกี่ยวกับการส่งออก ท่านได้เล่าประสบการณ์ตรง ทั้งปัญหา กลโกง และการแก้ไขปัญหา ต่างๆ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าและหาไม่ได้ทั่วไป

สรุปว่าวันนี้สิ่งที่ได้ฟังนั้นมีค่าเป็นอย่างมากครับ ยอดเยี่ยมจริงๆ :)





CU Coronet First Meeting! 11/09/2551

11 09 2008

วันนี้เป็นวันแรกที่ผมได้พบหน้ากับเพื่อนๆกลุ่มตัวแทนนิสิตรุ่นที่65 ที่ผ่านเข้ารอบมาด้วยกัน และได้พบกับกลุ่มตัวแทนนิสิตรุ่นพี่อีกด้วย

รุ่นพี่ก็ได้ให้คำแนะนำในการแต่งตัว บุคลิก การวางตัวต่างๆ มากมาย ซึ่งแต่ละอย่างก็ไม่ใช่เรื่องง่าย และอีกอย่าง เราต้องอดทนให้ได้นานถึง 1-2 ปี เพราะต่อไปจะเริ่มมีคนจำเราได้ ถ้าเราทำไม่ดี ก็จะทำให้เสียชื่อไปถึงสถาบันด้วย

นอกจากนี้กิจกรรมที่จะตามมาก็จะมีอีกมาก ทุกคนก็ต้องพร้อมจะเสียสละเวลา และ แรงกายแรงใจ มาช่วยงานเพื่อให้งานประสบผลสำเร็จ

หลังจากพูดคุยกัน ฟังสิ่งที่พี่ๆได้สอนมาซักพัก พวกเราก็ได้ไปกินข้าวกันที่ร้านจอนนี่ ตรงแถวสามย่าน ข้างๆหอยูเซ็นเตอร์ ซึ่งก็ทำให้ได้พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

ถึงตอนนี้ก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดีจริงๆครับ ที่ได้มีโอกาสเข้ามาทำงานตรงนี้ และหวังว่าตัวผมเองจะเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มตัวแทนนิสิตไม่มากก็น้อยครับ :D





ดีใจจังเลย เย้ 08/09/2551

8 09 2008

วันนี้ตอนสายๆ ตื่นมาด้วยความงง และพบว่ามี Missed Call เยอะมาก ซึ่งคนที่โทรมาก็คือ เจ ซึ่งเป็นผู้อัญเชิญพระเกี้ยวปีที่แล้ว

ผมโทรกลับ ทั้งๆที่ยังมึนๆอยู่ มาถึงตอนนี้ผมก็จำการสนทนาได้แค่คร่าวๆเท่านั้น(เพราะตอนนั้นมึนๆ) ก็ประมาณนี้ครับ

เจ: โบ๊ทท ทำไมเมื่อคืนไม่ยอมรับสาย เสียดายแทนมากๆเลย จริงๆแล้ว โบ๊ท มีคะแนนติด 1 ใน 5 ที่จะได้อยู่ในกลุ่มตัวแทนนิสิตนะ แต่ว่าเมื่อคืนเค้ามีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องทัศนคติของโบ๊ทอะ แต่เลยอยากจะถาม แต่ว่าโบ๊ทไม่ยอมรับสาย โบ๊ทเลยไม่ติดเลยอะ
โบ๊ท: อ่าวหรอ แหะๆ เมื่อคืนเราหลับไปแล้วอะ แล้วแบบว่าเรานอนห้องเดียวกับน้อง เลยปิดเสียง ขอโทษจริงๆ เจ
เจ: แล้วโบ๊ทคิดจะทำไงหละเนี่ย
โบ๊ท: ก็กลับไปแก้ตัวคงไม่ได้แล้วหนิ ก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง เหอๆ
เจ: แล้วถ้าโบ๊ทได้ตอบโบ๊ทจะตอบว่าอะไรหละ เกี่ยวกับคำถามที่ว่า (คำถามๆๆๆ)
โบ๊ท : (ตอบๆๆ)
เจ: อืม เสียดายจริงๆเลยเนอะ
โบ๊ท:อืมม ใช่ ขอบคุณมากนะเจ งั้นแค่นี้ก่อนนะ
เจ:เดี๋ยวๆๆๆๆๆ โบ๊ทเชื่อด้วยหรอ
โบ๊ท: ……
เจ: ยินดีด้วยน้า โบ๊ทได้เป็นหนึ่งในกลุ่มตัวแทนนิสิตรุ่นที่ 65 แล้ว
……

สรุปว่า โดนอำมาตั้งนานครับ แต่ก็เป็นข่าวดีมากๆเลย ดีใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มตัวแทนนิสิตครับ แม้ว่าผมจะเคยทำงานมามากมายแล้ว แต่งานประเภทนี้เป็นเรื่องใหม่สำหรับผม หวังว่าผมคงจะได้เรียนรู้อะไรอีกมากมาย และได้ทำประโยชน์ให้จุฬาฯของพวกเราด้วยครับ :D





ฟังดนตรีคลาสสิกเพื่อพัฒนาสมอง 07/09/2551

7 09 2008

วันนี้ผมมีเทคนิคในการพัฒนาตนเองมาฝากครับ เทคนิคของผมก็คือการฟังดนตรีคลาสสิกครับ

ง่ายๆแค่นี้ จะสามารถพัฒนาอะไรได้จริงหรอ?

จากการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ทั้งไทยและต่างประเทศ พบว่า ดนตรีคลาสสิกมีผลต่อพัฒนาการของเด็ก อีกทั้งยังช่วยบำบัดคนที่เป็นโรคในหลายๆโรคให้อาการทุเลาลงได้อีกด้วย !!

การฟังเพลงจะทำให้สมองซีกซ้ายและซีกขวาทำงานพร้อมกัน โดยซีกขวารับรู้ถึงความไพเราะความรู้สึกผ่อนคลาย ส่วนซีกซ้ายจะรับรู้ตัวโน๊ตและจังหวะ

หลายคนอาจจะสงสัยว่ามันมีประโยชน์เฉพาะเด็กๆรึป่าว จากการที่ผมได้ทดลองฟังเองพบว่า ตัวผมเองได้มีความรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ยิ่งเวลาทำงาน ถ้าเปิดคลอไปด้วย ก็จะทำงานได้สบายยิ่งขึ้น รู้สึกความคิดติดขัดน้อยลง ซึ่งพบว่าเป็นที่น่าพอใจ

อีกทั้งยิ่งฟังมากขึ้นจะยิ่งเริ่มจับจังหวะของดนตรีได้ เริ่มได้ยินรายละเอียดมากขึ้น ซึ่งหมายถึงว่าสมองได้มีการพัฒนาแล้ว

ง่ายๆแค่นี้เองครับ ลองไปฟังดู อย่างน้อยก็ช่วยให้ผ่อนคลายได้ดีเลยนะครับ