อัตชีวประวัติของผมครับ

12 08 2008

ชีวิตของผม

 

ผมชื่อ โบ๊ท เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2530 ในวัยแรกเกิดนั้นผมมีรูปร่างอ้วนจ้ำม่ำน่ารัก และเนื่องจากผมเป็นลูกคนแรกและเป็นหลานคนแรกของทางครอบครัวฝั่งคุณพ่อ ทำให้ผมได้รับการดูแลจากทุกคนในครอบครัวเป็นอย่างดี และทุกคนก็เอ็นดูผมเป็นอย่างมาก ในปัจจุบันผมมีน้องชาย 1 คน และน้องสาว 2 คน ซึ่งน้องๆทุกคนก็ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีเช่นกัน

เมื่อถึงอายุประมาณ3ขวบ ได้เข้าศึกษาชั้นอนุบาล ที่โรงเรียนอนุบาลตันติเมษ ซึ่งในตอนนั้นผมร้องไห้ทุกวันเมื่อจะต้องไปโรงเรียน ทางคุณพ่อและคุณแม่ จึงได้ให้ผมย้ายไปเรียนที่อนุบาลมณีรัตน์แทน โดยเห็นว่าอนุบาลแห่งนี้มีสภาพแวดล้อมที่ดีมาก ถึงแม้ว่าจะเพิ่งเปิดใหม่ แต่ดูการจัดการแล้วน่าจะเป็นอนุบาลที่ดี ซึ่งปรากฏว่าผมได้ปรับตัวจนสามารถไปโรงเรียนได้ทุกวันอย่างไม่มีปัญหา อีกทั้งผลการเรียนยังดีขึ้นเรื่อยจนกระทั่งในชั้นอนุบาล 3 ผมก็สอบได้ที่1ของห้องในที่สุด

ในวัยเด็กอนุบาลนั้น ผมเป็นคนซนมาก ชอบวิ่งเล่นอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งผมยังชอบปีนโต๊ะเก้าอี้อยู่เป็นประจำ จนเคยประสบอุบัติเหตุหลายครั้ง ทั้งคางแตก กะโหลกร้าวก็เคยมาแล้ว เมื่อโตขึ้นมาทำให้ผมเข็ดในหลายๆเรื่อง ไม่ซ่าเหมือนในตอนเด็ก

ต่อมา ผมได้เข้าศึกษาระดับประถมที่โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม การสอบติดโรงเรียนนี้ทำให้ทางบ้านผมดีใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียง อีกทั้งยังอยู่ใจกลางเมืองไปมารับส่งได้สะดวก มีสภาพแวดล้อมที่ดี มีรูปแบบการเรียนการสอนที่ทันสมัย

ในการเรียนระดับชั้นประถม ผมเป็นเด็กที่เรียนดีมากคนหนึ่ง เกรดเฉลี่ยจะอยู่ประมาณ 3.9 ขึ้นไปตลอด แต่ผมไม่ค่อยจะได้ 4.00 เท่าไรนัก เนื่องจากมีบางวิชาที่ผมมักจะทำได้ไม่ดีเช่นวิชา ศิลปะ เป็นต้น เพราะผมเป็นคนวาดรูปไม่เก่ง วาดยังไงก็สู้เพื่อนๆไม่ได้ จึงทำให้ผมมักจะได้คะแนนน้อยกว่าเพื่อนๆเสมอในวิชาศิลปะนี้

 ด้วยนิสัยที่ผมชอบคุยเล่นขณะเรียนทำให้ผมมักจะถูกติเตียนเรื่องนี้จากอาจารย์ไปยังคุณพ่อคุณแม่เสมอ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ผมท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร เพียงแค่ตักเตือนเล็กน้อย ทำให้ผมยังมีนิสัยชอบคุยเล่นไปตามประสาเด็กเช่นเคย แต่พอโตขึ้นนิสัยผมก็เริ่มเปลี่ยนเป็นคนพูดน้อยลง เนื่องจากผมอาจจะชอบคิดอะไรมากขึ้น วันๆชอบคิดนู้นนี่อยู่ตลอด อาจจะเรียกว่าใจลอยก็ได้

 วิชาทางด้าน วิทยาศาสตร์ และ คณิตศาสตร์ เป็นวิชาที่ผมถนัด ผมเริ่มสนใจด้านวิทยาศาสตร์อย่างมากเมื่อตอนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่5 ผมได้เข้าร่วมโครงการวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนซึ่งเป็นโครงการที่นำเด็กกลุ่มที่สนใจด้านวิทยาศาสตร์มาทำกิจกรรม ทั้งได้ทดลองในห้องทดลอง ได้ไปเข้าค่ายเพื่อทำกิจกรรมต่างๆมากมาย ทำให้ผมรู้สึกสนุกกับการเรียนวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก อีกทั้งในช่วงนั้นทางบ้านได้ซื้อคอมพิวเตอร์มาไว้ที่บ้าน และได้ติดตั้งอินเตอร์เน็ต ประกอบกับเพื่อนสนิทของผมก็มีคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตเช่นกัน ทำให้ผมและเพื่อนได้ศึกษาด้านคอมพิวเตอร์อย่างละเอียดมากขึ้น จนมีความรู้ถึงระดับที่สร้าง Webpage ได้ซึ่งในตอนนั้นอินเตอร์เน็ตยังเป็นสิ่งที่ใหม่มากๆ โมเด็มเร็วแค่ 28.8 Kbps ส่วน Webpage ก็ยังต้องเขียนด้วยภาษา HTML ทำให้อาจารย์หลายๆท่านสนใจในตัวผมและเพื่อนผมเป็นอย่างมาก

เมื่อขึ้นระดับมัธยม ผมได้รับการสนับสนุนจากอาจารย์หมวดวิชาคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา โดยผมได้ทั้งเรียนรู้ทางด้านนี้เพิ่มเติม และ ทางโรงเรียนยังส่งผมไปแข่งขันคอมพิวเตอร์ต่างๆมากมาย ทั้งการเขียนโปรแกรม การตอบคำถามคอมพิวเตอร์ และส่วนมากผมมักจะได้รางวัลที่ 1 โดยรางวัลใหญ่ที่สำคัญมีทั้ง เหรียญทองการตอบปัญหาคอมพิวเตอร์ชิงถ้วยพระราชทาน รางวัลชนะเลิศการแข่งขันพัฒนาซอฟท์แวร์แห่งชาติ เป็นต้น

นอกจากการเรียนแล้ว ผมยังชอบเล่นกีฬาอยู่เสมอ ผมเล่นฟุตบอลและบาสเกตบอลกับเพื่อนๆอยู่เป็นประจำ แต่เนื่องจากผมมักจะต้องใช้เวลาในการทำกิจกรรมเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มากกว่าจึงทำให้ผมไม่ได้เป็นนักกีฬาประเภทใดอย่างต่อเนื่องเท่าไรนัก ผมเคยเป็นนักกีฬาปิงปองในช่วงสั้นๆชั้นป.4 ผมเคยเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลในช่วงสั้นๆชั้นม.1 ผมเคยเป็นนักกีฬาว่ายน้ำเมื่อตอนชั้นป.4 ซึ่งในตอนนั้นซ้อมหนักมาก จนทำให้ผมไม่ชอบการว่ายน้ำตั้งแต่นั้นมา แต่อย่างไรก็ตามผมก็ยังเล่นกีฬาอยู่สม่ำเสมอ โดยในช่วงมัธยมนั้นกีฬาที่ผมเล่นมากที่สุดก็คือฟุตบอลซึ่งในตอนนั้นเรียกได้ว่าเล่นทุกวันเลยทีเดียว

ในด้านกิจกรรม ตั้งแต่เด็กๆ ผมมักจะชอบเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆอยู่เสมอมา โดยผมเคยเป็นทั้งประธานชมรมคอมพิวเตอร์ ประธานชมรมดนตรี ประธานสภานักเรียน ฯลฯ จนได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในเยาวชนดีเด่นแห่งชาติในปีพ.ศ.2548 ซึ่งการที่ผมเข้าร่วมกิจกรรมเยอะขนาดนี้อาจจะเพราะเพื่อนๆที่สนิทกันชอบทำกิจกรรมอยู่แล้ว ทำให้ผมได้รับอิทธิพลมาจากตรงนี้มาก อีกทั้งการทำกิจกรรมทำให้ผมได้รู้จักคนเพิ่มขึ้น ผมจึงชอบที่จะเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆอยู่เสมอ

นอกจากเรื่องคอมพิวเตอร์ที่ผมสนใจแล้ว อีกเรื่องที่ผมสนใจก็คือเรื่องดนตรี ผมเห็นคุณพ่อเล่นกีตาร์ ทำให้ผมอยากเล่นบ้าง เมื่อถึงชั้นม.2 ผมจึงเริ่มหัดเล่นกีตาร์ และก็ยังเล่นอยู่เสมอมา ผมชอบขึ้นเล่นคอนเสิร์ตที่โรงเรียนอยู่เสมอ โดยผมและเพื่อนได้ตั้งวงดนตรี เพื่อเล่นในงานต่างๆของโรงเรียน ซึ่งจนถึงปัจจุบันนี้ วงของพวกผมก็ยังมีการซ้อมกันอยู่เสมอ อาจจะไม่บ่อยนัก แต่ก็ไม่เคยห่างกันนานเกิน2เดือน

ในช่วงม.6 ผมต้องเตรียมตัวสอบเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งในขณะนั้นผมทำกิจกรรมเยอะมาก ทั้งเป็นประธานสภานักเรียน และเป็นหัวหน้าฝ่ายสวัสดิการงานกีฬาสาธิตสามัคคี ทำให้ผมมีเวลาอ่านหนังสือไม่มาก ผมจึงอ่านหนังสือได้เพียงไม่กี่วิชาเท่านั้นในการสอบครั้งแรก วิชาที่ผมอ่านไปครบและถนัด ผมทำได้ไม่ดีอย่างที่คิด แต่ด้วยความโชคดี วิชาที่ผมยังไม่ได้อ่านหรืออ่านไม่จบ กลับทำคะแนนได้ดีเลยทีเดียว ซึ่งทำให้คะแนนของผมดูแล้วน่าจะติดคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ไม่มีปัญหา ผมจึงลดความกดดันลงไปได้มาก ในการสอบครั้งที่2 ผมอ่านหนังสือเฉพาะวิชาที่ครั้งแรกยังไม่ได้อ่านหรืออ่านไม่จบ ไปสอบ เนื่องจากไม่มีความกดดัน ทำให้ผมทำคะแนนได้ดีแม้กระทั่งวิชาที่ทบทวนเพียงเล็กน้อยไป ทำให้คะแนนของผมสูงขึ้นจนสามารถ เข้าตรงในภาคคอมพิวเตอร์ได้สบาย

เมื่อเข้ามหาวิทยาลัยได้แล้ว ผมได้สมัครเข้าชมรมบาสและซ้อมบาสเพื่อเล่นกีฬาเฟรชชี่ ผมได้ผ่านการซ้อมและเป็นนักบาสของคณะ ทำให้ผมได้เพื่อนใหม่มากมาย เพื่อนๆกลุ่มนี้ถือได้ว่าเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดในช่วงมหาวิทยาลัย เพราะพวกเราซ้อมหนักมาด้วย เล่นบาสด้วยกัน และมักจะไปไหนด้วยกันเสมอ

ด้านการเรียน ปีแรก ด้วยความที่ผมไม่ค่อยตั้งใจเรียนเท่าที่ควร นับเวลาเรียนแล้วคาดว่าไม่ถึง 50% ของเวลาเรียนทั้งหมด ทำให้เกรดในปีแรกของผมไม่เป็นที่น่าพอใจเท่าไร ในปีต่อๆมา ผมจึงตั้งใจเรียนมากขึ้นและวิชาที่เรียนในช่วงหลังๆเป็นวิชาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่ผมถนัด เกรดของผมจึงสูงขึ้นจนมีลุ้นเกียรตินิยมอันดับ1 แต่มันก็เป็นดาบสองคม เพราะจากเดิมที่ไม่ได้คาดหวัง เมื่อมีลุ้นขึ้นมามันก็ทำให้ผมอยากได้ และกดดันมากขึ้นตามไปด้วย

กิจกรรมอื่นๆผมก็ยังไม่ทิ้ง ผมยังคงเล่นดนตรีในงานต่างๆของคณะ ผมยังเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ และผมยังคอยทำกิจกรรมให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เช่นเป็นประธานฝ่าย HR งานฟุตบอลประเพณี และล่าสุดที่ได้รับงานมาคือเป็นประธานฝ่าย Support งานจุฬาวิชาการ

การที่ผมได้ทำหลายๆอย่างตามที่กล่าวมานั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดเลยคือที่บ้านผมทั้งคุณพ่อคุณแม่และญาติๆของผมได้ ทุกท่านสนับสนุนในทุกสิ่งที่ผมทำ ในวัยเด็กไม่ว่าผมจะกลับดึกแค่ไหน ท่านก็จะคอยมารับส่ง เมื่อโตขึ้นท่านก็ซื้อรถไว้ให้ใช้ ซึ่งน้องๆของผมก็ได้รับการสนับสนุนเช่นเดียวกันทำให้ทุกคนในบ้านเป็นเด็กกิจกรรมและยังมีผลการเรียนที่ดี

ในหน้าที่ของความเป็นพี่ที่ดีและลูกที่ดี ผมยังทำได้ไม่ดีเท่าไรนัก ในวัยเด็กผมเล่นกับน้องๆอยู่เสมอ แต่เมื่อโตขึ้น ผมทำอย่างอื่นมากขึ้นทำให้ผมเล่นกับน้องๆน้อยลง คุยกับน้องๆและพ่อแม่น้อยลง ซึ่งผมคงจะพยายามทำให้ดีกว่านี้ ใช้เวลากับครอบครัวให้มากขึ้น เพราะเมื่อเกิดปัญหาอะไร ผมจะได้สามารถเป็นที่พึ่งของคนอื่นๆในครอบครัวได้

ส่วนเรื่องนิสัยส่วนตัวของผม ผมมีข้อเสียหลายข้อที่ติดมาแต่เด็กและยังแก้ไม่ได้ซักที คือความขี้เกียจ ผมเป็นคนชอบนอนตื่นสาย และเป็นคนที่ขี้เกียจมาก คือถ้ามีงานใดๆแต่ไม่มีแรงกระตุ้นให้ทำ ผมก็จะยังไม่ทำ เช่นถ้างานยังไม่ต้องส่ง ผมก็จะยังไม่ทำ ซึ่งการทำเช่นนี้เป็นนิสัยที่ไม่ดีอย่างมากเพราะทำให้ผมบริหารเวลาได้ไม่ดี และใช้เวลาได้ไม่คุ้มค่า นิสัยที่ไม่ดีอีกอย่างคือ ผมเป็นคนติดทีวีและคอมพิวเตอร์มากเกินไป โดยใน 1 วันนั้น ผมใช้เวลากับทีวีและคอมพิวเตอร์ไม่ต่ำกว่า3ชั่วโมง ซึ่งถ้านำเวลาเหล่านี้ไปทำอย่างอื่น น่าจะได้สิ่งที่มีประโยชน์มากกว่า

ในชีวิตของผมนั้นมีปัญหาอยู่อย่างหนึ่งที่ผมมักจะเจออยู่ตลอดเวลาจากการที่ผมวางตัวไม่ค่อยดี คือ ปัญหาเรื่องที่มักจะมีคนมาคอยหมั่นไส้ผมอยู่ในหลายๆครั้ง เนื่องจาก ผมทำกิจกรรมหลายด้าน เรียกได้ว่าแทบจะทุกด้าน และผมเป็นคนที่ไม่ค่อยยิ้ม ทำให้หลายๆคนมองว่าผมเป็นคนขี้เก๊ก ชอบโชว์ออฟ ซึ่งในระยะหลังๆ ผมมักจะพยายามยิ้มมากขึ้น คุยกับคนอื่นมากขึ้น พยายามทำตัวให้เป็นมิตรมากขึ้น ซึ่งผมคิดว่าในระยะยาวผมน่าจะทำได้ดีขึ้นอีกมากเลยทีเดียว

ประสบการณ์ชีวิตที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผมคือ การได้บวชทดแทนบุญคุณพ่อแม่ ซึ่งผมได้บวชเป็นเวลา 15 วัน ระหว่างที่บวชนั้น ผมได้ความรู้ทางธรรมเป็นอย่างมาก ผมได้รู้ว่าความสงบนั้นมีความสุขเพียงใด อีกทั้งผมยังได้พบเพื่อนใหม่ที่ได้ไปบวชพร้อมกันอีกด้วย การบวชครั้งนั้นจากความคิดเริ่มต้นที่จะบวชให้พ่อแม่ แต่ผลที่ได้นั้น ตัวผมเองก็ได้อะไรมากมายกลับมาด้วยอย่างไม่คาดคิด ผมได้เข้าใจธรรมะลึกซึ้งกว่าการที่ผมเรียนมาในวิชาพระพุทธศาสนาที่โรงเรียน เพราะผมได้เสวนาพูดคุยกับพระหลายรูปที่บวชตั้งแต่เด็ก สอบได้เปรียญสูงๆ ซึ่งท่านเหล่านั้นล้วนมีความแตกฉานในธรรมสูงกว่าบุคคลทั่วไป เรียกได้ว่าการได้คุยกับท่านเหล่านั้น ทำให้ผมได้รู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้อีกมากมาย อีกทั้งยังทำให้ผมมีหิริโอตตัปปะ คือความละอายและเกรงกลัวต่อบาป มากขึ้นอีกด้วย

ปัจจุบันนี้สิ่งที่ผมกำลังสนใจเป็นอย่างมากคือเรื่องการทำธุรกิจ อาจเพราะคุณพ่อคุณแม่ของผม ท่านเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จพอสมควร ทำให้ผมอยากเป็นอย่างพวกท่านบ้าง ผมจึงเริ่มศึกษาหาความรู้ต่างๆทั้งด้านการเงิน การตลาด และพบว่าผมชอบสิ่งเหล่านี้เป็นอย่างมาก ผมได้ลองสร้างธุรกิจเล็กๆบนอินเตอร์เน็ตเป็นของตัวเอง และทำให้ผมมีรายได้เล็กๆน้อยๆมาใช้จ่าย ผมสนุกกับการได้ทำธุรกิจเป็นอย่างมาก อีกทั้งตอนนี้ผมยังศึกษาเรื่องการลงทุน เช่นในหุ้นหรืออสังหาริมทรัพย์ ทำให้ผมคิดที่จะศึกษาต่อทางด้านบริหารธุรกิจ เพื่อที่จะได้ทำในสิ่งที่ผมอยากทำ นั้นก็คือการสร้างธุรกิจเป็นของตัวเอง และผมเชื่อมั่นว่าผมจะต้องทำได้ดีอย่างแน่นอน

สิ่งต่อไปที่ผมคิดว่าจะทำหลังเรียนจบปริญญาตรีคือการไปเรียนต่อด้านบริหารธุรกิจ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีเป้าหมายคือ มหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด ซึ่งเป็น มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง เหตุผลเพราะผมได้เห็นคนมากมายที่จบจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้และประสบความสำเร็จ อีกทั้งมหาวิทยาลัยแห่งนี้ยังมีความเก่าแก่ เห็นแล้วอยากเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในนั้น ถึงแม้หนทางจะยากมาก แต่ผมเชื่อมั่นในตัวของผมว่าต้องสามารถเข้าไปศึกษาที่นี่ได้ เพื่อเป็นความภาคภูมิใจของตัวผมเอง

เป้าหมายในชีวิตของผมนั้นคือการมีชีวิตที่มีความสุข มีครอบครัวที่อบอุ่น มีร่างกายที่แข็งแรง มีทรัพย์สินเงินทองให้จับจ่ายใช้สอยได้อย่างสบาย มีธุรกิจที่ใหญ่โตมั่นคงเป็นของตนเอง มีบ้านสวยๆให้อยู่ มีรถสวยๆให้ขับ ผมอยากมีชีวิตที่สมบูรณ์และผมอยากให้คนรอบข้างผมมีความสุขเหมือนผมเช่นกัน


เลือกคำสั่ง

ข้อมูล

One response

5 12 2008
unigodx

อ้าว สวัสดี เพื่อนนักเรียน Harvard Business School

ใส่ความเห็น